top of page

ภัยเงียบในกระทะร้อน... “อาหารทอดซ้ำ อันตรายกว่าที่คิด”

  • หมอธี มีเรื่องเล่า
  • Apr 30
  • 2 min read

สวัสดีครับแฟนเพจทุกท่าน กลับมาพบกับ “หมอธี มีเรื่องเล่า” กันอีกครั้งนะครับ เวลาเดินผ่านตลาดนัดหรือสตรีทฟู้ด กลิ่นหอม ๆ ของไก่ทอด ลูกชิ้นทอด ปาท่องโก๋ หรือกล้วยแขก มักจะยั่วน้ำลายเราได้เสมอใช่ไหมครับ แต่แฟนเพจเคยลองสังเกตลงไปในกระทะของพ่อค้าแม่ค้ากันบ้างไหมครับว่า “น้ำมัน” ที่กำลังเดือดอยู่นั้น มีสีดำเข้ม เหนียวหนืด หรือมีฟองฟอดลอยอยู่เต็มกระทะหรือเปล่า?


หลายคนอาจจะคิดว่า “กินนิดเดียวน่า ไม่เป็นไรหรอก ความร้อนคงฆ่าเชื้อโรคไปหมดแล้ว” หรือแม้แต่ในครัวที่บ้าน ด้วยความเสียดาย เราก็มักจะเก็บน้ำมันที่ทอดปลาหรือหมูไว้ใช้ซ้ำในมื้อถัด ๆ ไป แต่ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ภัยร้ายที่แท้จริงไม่ได้มาจากเชื้อโรคครับ แต่มันมาจาก “ปฏิกิริยาเคมี” ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในกระทะใบนั้นต่างหาก


วันนี้หมอจะพาทุกท่านไปเจาะลึกระดับโมเลกุลกันครับว่า “น้ำมันทอดซ้ำ” เปลี่ยนอาหารจานโปรดของเราให้กลายเป็นสารเร่งความเสื่อมของร่างกายได้อย่างไร และทำไมเราถึงต้องใส่ใจเรื่องนี้อย่างจริงจังครับ


1. ปฏิกิริยาเคมีแห่งความเสื่อม: การเกิด “สารโพลาร์” (Polar Compounds)

เมื่อน้ำมันประกอบอาหาร (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไตรกลีเซอไรด์) ถูกความร้อนสูงระดับ 170-190 องศาเซลเซียส ผสมกับความชื้นจากอาหารและออกซิเจนในอากาศครั้งแล้วครั้งเล่า โครงสร้างทางเคมีของน้ำมันจะแตกสลาย เกิดกระบวนการออกซิเดชัน (Oxidation) ไฮโดรไลซิส (Hydrolysis) และโพลิเมอไรเซชัน (Polymerization)


ผลลัพธ์ที่ได้คือการเกิดกลุ่มสารประกอบที่เรียกว่า “สารโพลาร์” (Total Polar Compounds - TPC) ซึ่งเป็นตัวการทำให้น้ำมันมีสีดำคล้ำ หนืด เหม็นหืน และเกิดฟองค้างในกระทะ กระทรวงสาธารณสุขของไทยมีประกาศกำหนดไว้ชัดเจนครับว่า ห้ามมีสารโพลาร์ในน้ำมันทอดอาหารเกินร้อยละ 25 เพราะสารเหล่านี้เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะไปกระตุ้นให้เกิดภาวะความเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ทำให้เซลล์เกิดการอักเสบ และเร่งความเสื่อมสภาพของเซลล์ทั่วร่างกายครับ (Choe & Min, 2007)


2. ระเบิดเวลาของหลอดเลือด: “ไขมันกลายพันธุ์” และ “หลอดเลือดอักเสบ”

นอกจากสารโพลาร์แล้ว การใช้น้ำมันทอดซ้ำ ๆ ยังก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาที่น่ากลัวมากต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดครับ


ความร้อนจัดที่สะสมยาวนานจะเปลี่ยนโครงสร้างไขมันให้เสื่อมสภาพ และสร้างสารอนุมูลอิสระ (Free Radicals) จำนวนมหาศาล งานวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่า การบริโภคน้ำมันที่ผ่านการทำความร้อนซ้ำ ๆ จะส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) เพิ่มสูงขึ้น และที่สำคัญคือ อนุมูลอิสระเหล่านี้จะตรงเข้าไปทำลายเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือด (Endothelial Dysfunction) ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว ขาดความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโรคความดันโลหิตสูงและภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบครับ (Ng et al., 2014)


3. สารก่อมะเร็งที่ซ่อนในความกรอบ (Carcinogenic PAHs & Aldehydes)

นี่คือประเด็นที่อันตรายที่สุดครับ เมื่อน้ำมันถูกทอดซ้ำจนเลยจุดเกิดควัน (Smoke Point) มันจะปล่อยสารเคมีกลุ่ม โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) รวมถึงสารในกลุ่มอัลดีไฮด์ (Aldehydes) ออกมา


สารเหล่านี้คือ “สารก่อมะเร็ง” ชนิดเดียวกับที่พบในควันท่อไอเสียรถยนต์ครับ! เมื่อเราทานอาหารที่ชุ่มไปด้วยน้ำมันเหล่านี้ สารก่อมะเร็งจะเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งลำไส้ใหญ่ และที่น่าตกใจคือ สารพิษเหล่านี้สามารถระเหยปนมากับ “ควัน” ได้ ดังนั้น แม่ค้าที่ยืนสูดดมควันน้ำมันทอดซ้ำหน้าเตาทุกวัน จึงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นโรคมะเร็งปอด แม้จะไม่เคยสูบบุหรี่เลยก็ตามครับ (Ganesan et al., 2019)


สำหรับท่านที่มีโรคประจำตัว เช่น ภาวะความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือโรคหัวใจ และกำลังรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์ ห้ามหยุดยาเพื่อมาซื้ออาหารเสริมล้างสารพิษทานเองโดยเด็ดขาด หากท่านมีความกังวลเรื่องไขมันอุดตันหรือความเสี่ยงโรคมะเร็ง โปรดไปพบแพทย์ในสถานพยาบาลเพื่อรับการตรวจประเมินตามมาตรฐานวิชาชีพเวชกรรมครับ


🩺 บทสรุปจากหมอธี

"ของทอด" ไม่ใช่อาหารต้องห้ามที่ทานไม่ได้เลยครับ หากทอดด้วยน้ำมันใหม่ ในอุณหภูมิที่เหมาะสม และทานในปริมาณที่พอดี ร่างกายของเราก็ยังสามารถจัดการได้ แต่ "น้ำมันทอดซ้ำ" สีดำข้น คือสารพิษที่ค่อย ๆ สะสมในร่างกายครับ วิธีป้องกันตัวเองที่ง่ายที่สุดคือ “การสังเกต” ก่อนซื้อของทอดนอกบ้าน ลองมองไปที่กระทะของร้านนั้นครับ หากน้ำมันมีสีดำคล้ำ หนืด เหม็นหืน หรือเวลาทอดมีฟองฟอดลอยฟูขึ้นมา นั่นคือสัญญาณเตือนให้เรารีบเดินเลี่ยงไปร้านอื่น ส่วนการทำอาหารที่บ้าน น้ำมันที่ผ่านการทอดแบบน้ำมันท่วม (Deep-frying) ไม่ควรนำมาใช้ซ้ำอีกครับ การยอมเสียน้ำมันหลักสิบบาท ดีกว่าการต้องไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลหลักแสนในอนาคตครับ


💬 ชวนลูกเพจคุย

อ่านมาถึงตรงนี้ แฟนเพจของหมอมี "เมนูของทอด" ยอดฮิตอะไรบ้างครับที่ต้องซื้อทานเป็นประจำ? (หมอสารภาพว่าบางทีก็แอบแพ้ทางกล้วยแขกเจ้าอร่อยเหมือนกันครับ ฮ่า ๆ)


แล้วเวลาไปซื้อของทอด แฟนเพจมี "เทคนิคการสังเกตน้ำมัน" อย่างไรกันบ้างครับ? เคยเจอร้านไหนที่น้ำมันดำจนน่าตกใจไหมครับ แล้วมีวิธีหักห้ามใจตัวเองอย่างไร ลองคอมเมนต์มาแบ่งปันประสบการณ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือแชร์ทริกการจัดการน้ำมันทอดแล้วที่บ้าน (เช่น เทใส่ขวดเพื่อนำไปขายทำไบโอดีเซล) เพื่อเป็นวิทยาทานให้กับเพื่อน ๆ ในเพจกันได้เลยนะครับ หมอรออ่านและพร้อมเป็นกำลังใจให้ทุกคนฉลาดเลือกเพื่อสุขภาพครับ!


ด้วยความปรารถนาดี

หมอธี มีเรื่องเล่า


หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์


เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ:

- Choe, E., & Min, D. B. (2007). Chemistry of deep-fat frying oils. Journal of Food Science, 72(5), R77-R86.

- Ganesan, K., Sukalingam, K., & Xu, B. (2019). Impact of consumption of repeatedly heated baking oils on the incidence of various cancers-A critical review. Critical Reviews in Food Science and Nutrition, 59(3), 488-505.

- Ng, C. Y., Leong, X. F., Masbah, N., Adam, S. K., Kamisah, Y., & Jaarin, K. (2014). Heated vegetable oils and cardiovascular disease risk factors. Vascular Pharmacology, 61(1), 1-9.


#หมอธีมีเรื่องเล่า #น้ำมันทอดซ้ำ #สารก่อมะเร็ง #สารโพลาร#อาหารทอดซ้ำอันตราย #โภชนาการบำบัด #เวชศาสตร์วิถีชีวิต #หลอดเลือดหัวใจ #ของทอด #ดูแลสุขภาพองค์รวม

 
 
 

Comments


bottom of page