top of page

รู้จัก "เมลาโทนิน" (Melatonin) ฮอร์โมนแห่งความมืด: กุญแจสำคัญที่ไขประตูสู่การนอนหลับ

  • หมอธี มีเรื่องเล่า
  • Feb 5
  • 2 min read

สวัสดีครับเพื่อนๆ เคยสังเกตไหมครับว่า พอพระอาทิตย์ตกดินและท้องฟ้าเริ่มมืดลง ร่างกายของเราจะเริ่มรู้สึกหนักๆ ตาเริ่มปรือ และอยากเอนตัวลงนอน ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองลอยๆ นะครับ แต่เกิดจากการทำงานของ "ผู้จัดการความมืด" ที่ซ่อนอยู่ในสมองของเรา ซึ่งมีชื่อว่า "เมลาโทนิน" (Melatonin) ครับ


ในฐานะหมอที่สนใจเรื่อง การปรับพฤติกรรมสุขภาพ (Behavioral Health Modification) หมออยากพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับฮอร์โมนตัวนี้ให้ลึกซึ้ง เพราะถ้าเราเข้าใจกลไกของมัน เราจะสามารถควบคุมการนอนหลับให้มีคุณภาพได้โดยไม่ต้องพึ่งยาครับ


เมลาโทนิน คืออะไร? (The Hormone of Darkness)

เมลาโทนิน เป็นฮอร์โมนที่ถูกสร้างขึ้นจากต่อมเล็กๆ ขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวในสมองที่ชื่อว่า ต่อมไพเนียล (Pineal Gland) ครับ


นักวิทยาศาสตร์มักเรียกเมลาโทนินว่า "ฮอร์โมนแห่งความมืด" หรือ "Dracula Hormone" เพราะมันจะขี้อายมากเมื่อเจอแสงสว่าง แต่จะออกมาทำงานอย่างขยันขันแข็งในเวลากลางคืน โดยปกติร่างกายจะเริ่มหลั่งเมลาโทนินประมาณ 21.00 น. และจะพุ่งสูงขึ้นจนถึงระดับสูงสุดในช่วงเวลาประมาณ 02.00 – 04.00 น. ก่อนจะค่อยๆ ลดระดับลงเมื่อแสงอาทิตย์ยามเช้ามาเยือน (Reiter et al., 2014)


หน้าที่ที่แท้จริง: ไม่ใช่ยานอนหลับ แต่เป็น "คนบอกเวลา"

มีความเข้าใจผิดกันเยอะครับว่า เมลาโทนินทำหน้าที่เหมือนยาสลบที่ทำให้เราวูบหลับไป แต่ความจริงแล้ว ตามหลักสรีรวิทยา (Physiology) เมลาโทนินทำหน้าที่เป็น Chronobiotic หรือตัวกำกับจังหวะเวลาครับ


กลไกคือ เมื่อเมลาโทนินถูกหลั่งออกมา มันจะส่งสัญญาณไปบอกอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายว่า "มืดแล้วนะ ได้เวลาพักผ่อนแล้ว" ส่งผลให้

1. อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลงเล็กน้อย

2. ความดันโลหิตลดลง

3. ความตื่นตัวของสมองลดลง

เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่ ภาวะพร้อมนอน (Sleep Propensity) ได้ง่ายขึ้นนั่นเอง (Zisapel, 2018)

ทำไมเดี๋ยวนี้เราถึงนอนไม่ค่อยหลับ? (The Blue Light Effect)

เพื่อนๆ ทราบไหมครับว่า ศัตรูตัวฉกาจของเมลาโทนินในยุคปัจจุบันคือ แสงสีฟ้า (Blue Light) จากหน้าจอโทรศัพท์ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ครับ


มีงานวิจัยที่น่าสนใจมากตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences (Chang et al., 2015) พบว่า คนที่อ่านหนังสือผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (E-book) ก่อนนอน จะมีการหลั่งเมลาโทนินลดลงถึง 55% เมื่อเทียบกับคนที่อ่านหนังสือเล่มจริง ทำให้รู้สึกง่วงช้าลง ใช้เวลาข่มตานานขึ้น และลดปริมาณการหลับลึก (REM Sleep) ในคืนนั้นด้วยครับ


เพิ่มเมลาโทนินตามธรรมชาติ ทำได้อย่างไร?

เราสามารถช่วยร่างกายสร้างเมลาโทนินได้ด้วยวิธีธรรมชาติ ตามหลักการดูแลสุขภาพองค์รวม ดังนี้ครับ:

1. รับแสงแดดตอนเช้า: แสงแดดช่วยกระตุ้นการผลิตเซโรโทนิน (Serotonin) ในตอนเช้า ซึ่งเป็นสารตั้งต้นที่ร่างกายจะนำไปเปลี่ยนเป็นเมลาโทนินในตอนกลางคืน

2. กินอาหารที่มีทริปโตเฟน (Tryptophan): เช่น นม, ถั่ววอลนัท, กล้วยหอม หรือเชอร์รี่ทาร์ต (Tart Cherry) ซึ่งมีงานวิจัยรองรับว่าช่วยเพิ่มระดับเมลาโทนินในร่างกายได้ (Peuhkuri et al., 2012)

3. สร้างบรรยากาศห้องนอน: ต้องมืดสนิทและเย็นสบาย หากจำเป็นต้องลุกมาเข้าห้องน้ำกลางดึก ให้ใช้ไฟสลัวสีส้มแทนไฟสีขาวจ้า


สถานะของ "เมลาโทนิน" ในประเทศไทย (ไม่ใช่ขนมนะครับ!)

ในสหรัฐอเมริกา เมลาโทนินอาจถูกจัดเป็น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary Supplement) ที่หาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ต แต่สำหรับ ประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จัดประเภทเมลาโทนินเป็น "ยา" (Drug) ครับ

ตาม พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 เมลาโทนินถือเป็นวัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้ในการบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค หรือมุ่งหมายให้เกิดผลแก่สุขภาพ โครงสร้าง หรือการกระทำหน้าที่ของร่างกาย จึงต้องมีการควบคุมเข้มงวด

• ทำไมต้องควบคุม? เพราะเมลาโทนินคือ "ฮอร์โมน" การได้รับในปริมาณที่ไม่เหมาะสม อาจรบกวนระบบสืบพันธุ์ ระบบหัวใจและหลอดเลือด หรือทำให้จังหวะนาฬิกาชีวิตพังทลายได้ (Arendt, 2005)

การใช้เมลาโทนินควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อพิจารณาขนาดและช่วงเวลาที่เหมาะสม (Timing) เพราะหากทานผิดเวลา อาจทำให้นาฬิกาชีวิตรวนและเกิดอาการง่วงซึมในวันรุ่งขึ้นได้ครับ (Arendt, 2005)


📝 บทสรุปจากหมอธี

เมลาโทนิน คือของขวัญจากธรรมชาติที่ช่วยจัดระเบียบเวลาชีวิตของเราครับ หากเปรียบร่างกายเป็นวงดนตรี เมลาโทนินก็คือวาทยากรที่ให้จังหวะเพลงบรรเลงกล่อมเรานอน

1. ความมืดคือเพื่อน: ลดแสงหน้าจอก่อนนอน 1-2 ชั่วโมง

2. อาหารเป็นยา: เลือกทานอาหารที่มีทริปโตเฟน

3. เคารพเวลา: นอนและตื่นให้เป็นเวลา เพื่อให้วงจรการหลั่งฮอร์โมนสมบูรณ์

การสร้างเมลาโทนินด้วยวิถีธรรมชาติ คือการแก้ปัญหาการนอนที่ยั่งยืนครับ


ชวนคุย: คืนนี้ก่อนนอน เพื่อนๆ มีแผนจะวางมือถือแล้วทำกิจกรรมอะไรเพื่อผ่อนคลายบ้างครับ? อ่านหนังสือ หรือฟังเพลงเบาๆ? คอมเมนต์แชร์ไอเดียกันได้นะครับ เผื่อเพื่อนๆ คนอื่นจะได้นำไปลองทำตามบ้าง ^^


ด้วยความปรารถนาดี

หมอธี มีเรื่องเล่า


หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์


เอกสารอ้างอิง:

1. Reiter RJ, Tan DX, Galano A. Melatonin: exceeding expectations. Physiology. 2014;29(5):325-333.

2. Zisapel N. New perspectives on the role of melatonin in human sleep, circadian rhythms and their regulation. Br J Pharmacol. 2018;175(16):3190-3199.

3. Chang AM, Aeschbach D, Duffy JF, Czeisler CA. Evening use of light-emitting eReaders negatively affects sleep, circadian timing, and next-morning alertness. Proc Natl Acad Sci U S A. 2015;112(4):1232-1237.

4. Peuhkuri K, Sihvola N, Korpela R. Dietary factors and fluctuating levels of melatonin. Food Nutr Res. 2012;56.

5. Arendt J. Melatonin: characteristics, concerns, and prospects. J Biol Rhythms. 2005;20(4):291-303.


#หมอธีมีเรื่องเล่า #เมลาโทนิน #Melatonin #นอนไม่หลับ #สุขภาพดีเริ่มที่การนอน #การปรับพฤติกรรมสุขภาพ #HormoneHealth #SleepHygiene #ดูแลสุขภาพองค์รวม

Comments


bottom of page