top of page

เปลี่ยน "ภาระ" ให้เป็น "นิสัย" เริ่มต้นอย่างไร

  • หมอธี มีเรื่องเล่า
  • Feb 8
  • 2 min read

สวัสดีครับเพื่อนๆ แฟนเพจ "หมอธี มีเรื่องเล่า" ทุกท่าน

เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมการแปรงฟันตอนเช้าถึงเป็นเรื่องที่เราทำได้โดยไม่ต้องใช้ "ความพยายาม" หรือต้อง "ฝืนใจ" เลย? ในขณะที่การจะลุกขึ้นมาออกกำลังกาย หรือการเลือกกินอาหารที่ดีต่อร่างกาย กลับรู้สึกเหมือนเป็น "ภาระ" ก้อนโตที่เราต้องแบกรับในแต่ละวัน


ในฐานะแพทย์ที่ให้ความสำคัญกับ "การปรับพฤติกรรมสุขภาพ" (Health Behavior Modification) หมอพบว่าคนส่วนใหญ่ที่ดูแลสุขภาพไม่ต่อเนื่อง ไม่ใช่เพราะล้มเหลว ล้มเลิก หรือขาดวินัยครับ แต่เป็นเพราะเรามักจะใช้ "พลังใจ" (Willpower) ที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อต่อสู้กับความเคยชินเดิมๆ


วันนี้หมอธีขอหยิบยกข้อมูลจากงานวิจัยทางจิตวิทยาและประสาทวิทยาศาสตร์ มาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ เพื่อเปลี่ยนสิ่งที่ดูเหมือนภาระ ให้กลายเป็น "นิสัยอัตโนมัติ" ที่ทำได้ง่ายเหมือนการหายใจครับ


วิทยาศาสตร์เบื้องหลัง "นิสัย" (The Science of Habit Formation)

ในทางวิชาการ "นิสัย" (Habit) คือพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในบริบทเดิม จนกลายเป็นความอัตโนมัติ (Automaticity) ซึ่งเกิดจากการทำงานของสมองส่วนที่เรียกว่า Basal Ganglia ที่ช่วยให้เราทำกิจกรรมต่างๆ ได้โดยไม่ต้องใช้ความคิดซับซ้อน เพื่อประหยัดพลังงานสมอง [1]


งานวิจัยที่มีชื่อเสียงของ Dr. Phillippa Lally และคณะ จาก University College London พบว่า การสร้างนิสัยใหม่อาจใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 66 วัน (ช่วงระหว่าง 18 ถึง 254 วัน) ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของพฤติกรรม [2] ดังนั้น หัวใจสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ความหนักหน่วง แต่อยู่ที่ "ความสม่ำเสมอ" และ "กระบวนการ" ที่ถูกต้องครับ


3 ขั้นตอน เปลี่ยนภาระให้เป็นนิสัย (ตามหลักวิทยาศาสตร์)

หากคุณอยากเริ่มดูแลสุขภาพ แต่รู้สึกว่าเป็นภาระ ลองใช้เทคนิคเหล่านี้ดูครับ

1. เริ่มให้เล็กจนล้มเหลวไม่ลง (Make it Tiny)

ศาสตราจารย์ BJ Fogg จาก Stanford University ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมศาสตร์ แนะนำว่า ปัญหาใหญ่ของการสร้างนิสัยคือการตั้งเป้าหมายที่ใหญ่เกินไปจนสมองต่อต้าน [3]

• แทนที่จะคิดว่า: "ต้องวิ่งให้ได้ 30 นาที" (สมองประมวลผลว่าเป็นภาระ)

• ให้เปลี่ยนเป็น: "แค่ใส่รองเท้าวิ่งแล้วเดินหน้าบ้าน 1 นาที"

เมื่อพฤติกรรมนั้นเล็กมาก แรงต้านจะต่ำจนเราทำมันได้สำเร็จ และเมื่อทำสำเร็จ สมองจะหลั่งสารสื่อประสาทแห่งความสุข (Dopamine) ทำให้เราอยากทำต่อในวันพรุ่งนี้


2. ฝังนิสัยใหม่ไว้กับกิจวัตรเดิม (Implementation Intentions)

งานวิจัยในวารสาร British Journal of General Practice แนะนำเทคนิคการสร้าง "เงื่อนไข" หรือการผูกนิสัยใหม่ไว้กับนิสัยเดิมที่เราทำเป็นประจำอยู่แล้ว [4] ตามสูตร:


"หลังจากที่ฉัน [ทำกิจวัตรเดิม] ... ฉันจะ [ทำนิสัยใหม่]"


• ตัวอย่าง: "หลังจากที่ฉัน วางแก้วกาแฟตอนเช้า (กิจวัตรเดิม) ฉันจะ ลุกยืนยืดเหยียด 1 นาที (นิสัยใหม่)"

การทำแบบนี้ช่วยให้สมองสร้างจุดเชื่อมโยง (Neural Pathway) ใหม่ได้เร็วกว่าการพยายามจำว่า "ต้องออกกำลังกายนะ"


3. ให้รางวัลทันที ไม่ต้องรอผอม (Immediate Reward)

สมองของเราเรียนรู้จากการให้รางวัลครับ แต่รางวัลของการดูแลสุขภาพมักจะมาช้า (เช่น หุ่นดีขึ้น แข็งแรงขึ้น อาจต้องรอเป็นเดือน) ทำให้เราท้อก่อน

เทคนิคคือ ให้สร้างความรู้สึกดี ทันที ที่ทำสำเร็จ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย เช่น การพูดชมตัวเองว่า "เยี่ยมมาก!" หรือการติ๊กถูกในปฏิทิน การได้รับความพึงพอใจทันทีจะช่วยล็อกพฤติกรรมนั้นให้คงอยู่ยาวนานครับ [5]


บทสรุปจากหมอธี (Dr.Tee’s Takeaways)

เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ได้ทันที หมอธีขอสรุปหลักการสำคัญดังนี้ครับ:

1. อย่าพึ่งพิงแค่พลังใจ: พลังใจมีวันหมด แต่ "ระบบ" ที่ดีจะช่วยให้ทำได้ยั่งยืน

2. ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความเข้มข้น: ทำเบาๆ แต่ทำทุกวัน มีแนวโน้มดีต่อสุขภาพมากกว่าทำหนักๆ แล้วหยุดไป

3. ออกแบบสิ่งแวดล้อม: วางรองเท้ากีฬาไว้ในจุดที่เห็นง่าย วางขวดน้ำไว้บนโต๊ะทำงาน เพื่อลดอุปสรรคในการเริ่มทำ

4. ใจดีกับตัวเอง: วันไหนหลุดทำไม่ได้ ให้เริ่มใหม่ทันที อย่าปล่อยให้ความรู้สึกผิดมาทำให้เราล้มเลิก

เพื่อนๆ เคยมีประสบการณ์การ "ฝืนทำ" อะไรบางอย่างจนกลายเป็น "ความชอบ" ไหมครับ? หรือใครมีเทคนิคส่วนตัวในการสร้างนิสัยที่อยากแชร์ คอมเมนต์เล่าให้หมอฟังหน่อยนะครับ หมอรออ่านทุกคอมเมนต์เลยครับ ^^


ด้วยความปรารถนาดี

หมอธี มีเรื่องเล่า


หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์


เอกสารอ้างอิง (References):

1. Wood, W., & Rünger, D. (2016). Psychology of Habit. Annual Review of Psychology, 67, 289-314.

2. Lally, P., van Jaarsveld, C. H. M., Potts, H. W. W., & Wardle, J. (2010). How are habits formed: Modelling habit formation in the real world. European Journal of Social Psychology, 40(6), 998-1009.

3. Fogg, B. J. (2019). Tiny Habits: The Small Changes That Change Everything. Houghton Mifflin Harcourt.

4. Gardner, B., Lally, P., & Wardle, J. (2012). Making health habitual: the psychology of 'habit-formation' and general practice. British Journal of General Practice, 62(605), 664-666.

5. Duhigg, C. (2012). The Power of Habit: Why We Do What We Do in Life and Business. Random House.


#หมอธีมีเรื่องเล่า #การปรับพฤติกรรมสุขภาพ #สร้างนิสัยสุขภาพ #สุขภาพดีเริ่มที่นิสัย #TinyHabits #ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

Comments


bottom of page