top of page

การจัดโต๊ะทำงานตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomics) ฉบับทำได้จริง

  • หมอธี มีเรื่องเล่า
  • Feb 27
  • 1 min read

สวัสดีครับทุกคน พบกับผมหมอธี (Dr.Tee) จากเพจ “หมอธี มีเรื่องเล่า” กันอีกครั้งนะครับ ช่วงนี้มีลูกเพจหลายคนบ่นให้หมอฟังว่า มีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ ร้าวไปถึงหลังล่าง ยิ่งช่วงบ่ายๆ ยิ่งปวดจนทำงานแทบไม่ไหว อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนของกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูกที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน (Work-Related Musculoskeletal Disorders หรือ WMSDs) ซึ่งสาเหตุหลักๆ มักมาจากการนั่งทำงานในท่าที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานานครับ [1]


วันนี้หมอเลยจะมาแนะนำวิธีการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมการทำงาน หรือที่ในทางการแพทย์เราเรียกว่า "การจัดโต๊ะทำงานตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomics)" ซึ่งมีงานวิจัยรองรับว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้อย่างมีนัยสำคัญครับ [2] การจัดโต๊ะที่ดีไม่จำเป็นต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงเสมอไปครับ เพียงแค่เราเข้าใจหลักการและปรับของที่มีอยู่ให้เข้ากับสรีระของเราก็เพียงพอแล้ว


เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น หมอมีภาพตัวอย่างการจัดท่านั่งและโต๊ะทำงานที่เหมาะสมมาฝากครับ


เรามาดูจุดสำคัญ 3 จุดที่ควรปรับให้ถูกต้องกันครับ:

1. ระดับเก้าอี้และท่านั่ง (Chair & Posture): ควรปรับความสูงของเก้าอี้ให้ฝ่าเท้าทั้งสองข้างวางราบกับพื้นได้เต็มฝ่าเท้า หากเก้าอี้สูงเกินไปแนะนำให้นำที่วางเท้ามาหนุนครับ ข้อเข่าและข้อสะโพกควรตั้งฉากทำมุมประมาณ 90-100 องศา ที่สำคัญคือนั่งให้เต็มเบาะ และให้พนักพิงรองรับส่วนโค้งเว้าของหลังส่วนล่าง (Lumbar support) เพื่อลดแรงกดทับที่หมอนรองกระดูกสันหลัง [3]


2. ระดับหน้าจอคอมพิวเตอร์ (Monitor Level): ขอบบนของหน้าจอควรอยู่ในระดับสายตาพอดี หรือต่ำกว่าระดับสายตาเพียงเล็กน้อย (ประมาณ 10-15 องศา) และควรวางหน้าจอให้ห่างจากตัวประมาณ 1 ช่วงแขน การตั้งหน้าจอในระดับนี้จะช่วยให้เราไม่ต้องก้มหรือเงยคอ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดคอและตึงบ่าครับ [2]


3. คีย์บอร์ดและเมาส์ (Keyboard & Mouse Placement): ควรวางในระดับที่เมื่อเราพิมพ์งาน ข้อศอกจะทำมุมประมาณ 90-100 องศาแนบชิดลำตัว และข้อมือควรอยู่ในแนวตรงขนานกับพื้น ไม่กระดกขึ้นหรือพับลง เมาส์ควรวางไว้ใกล้กับคีย์บอร์ดเพื่อลดการเอื้อมแขน ซึ่งจะช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อหัวไหล่ได้อย่างมากครับ [1]


บทสรุปจากหมอธี

การจัดโต๊ะทำงานตามหลักการยศาสตร์ เป็นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่ทำได้ง่ายและคุ้มค่าที่สุดครับ งานวิจัยหลายฉบับยืนยันตรงกันว่า การปรับสภาพแวดล้อมให้เข้ากับสรีระ ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การลุกเดินเปลี่ยนอิริยาบถ และการพักสายตา จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ [2]

อย่างไรก็ตาม หมอขอเน้นย้ำในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ว่า อุปกรณ์ตามหลักการยศาสตร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้สุขภาพ โต๊ะปรับระดับ หรือเมาส์แนวตั้ง เป็นเพียงเครื่องมือ "ช่วยส่งเสริมสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยง" เท่านั้น ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับ "รักษาโรค" นะครับ หากคุณมีอาการปวดเรื้อรัง ปวดร้าวลงแขนหรือขา มีอาการชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติของเส้นประสาทหรือพยาธิสภาพอื่นๆ ขอแนะนำให้ไปพบแพทย์ผู้เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องตามมาตรฐานวิชาชีพครับ อย่าปล่อยทิ้งไว้จนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังนะครับ


ชวนลูกเพจคุย:

อ่านจบแล้ว ลองสำรวจโต๊ะทำงานของตัวเองกันดูนะครับว่า ตอนนี้หน้าจอ คีย์บอร์ด หรือเก้าอี้ของเราอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้วหรือยัง? ใครจัดโต๊ะเสร็จแล้วถ่ายรูปมาอวดหมอธีในคอมเมนต์ได้เลยนะครับ หรือถ้าใครมีไอเทมเด็ดๆ ที่ช่วยให้ทำงานสบายขึ้น ก็มาป้ายยาแชร์ให้เพื่อนๆ ฟังกันได้เลยครับ!


ด้วยความปรารถนาดี

หมอธี มีเรื่องเล่า


หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์


เอกสารอ้างอิง:

[1] Effect of an ergonomic intervention involving workstation adjustments on musculoskeletal pain in office workers-a randomized controlled clinical trial. (2020). Industrial Health, 59(1).

[2] Ergonomic intervention program for office workers: a case study about its effect in computer vision syndrome and musculoskeletal discomfort. (2023). Work (Reading, Mass.).

[3] Musculoskeletal disorders among office workers: prevalence, ergonomic risk factors, and their interrelationships. (2025). Scientific Reports / PubMed Central.


#หมอธีมีเรื่องเล่า #ออฟฟิศซินโดรม #การยศาสตร#Ergonomics #จัดโต๊ะทำงาน #ปวดหลังปวดคอ #สุขภาพวัยทำงาน

Comments


bottom of page