
มื้อเช้าสำคัญไฉนต่อระดับความเครียดระหว่างวัน
- หมอธี มีเรื่องเล่า
- Mar 3
- 1 min read

สวัสดีครับลูกเพจ “หมอธี มีเรื่องเล่า” ทุกท่านครับ
ในเวลาเช้าที่เร่งรีบ หลายท่านอาจจะเลือกข้ามอาหารมื้อแรกของวันไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเรื่องเวลาอันจำกัด หรือคิดว่าเป็นการช่วยควบคุมน้ำหนัก แต่ทราบไหมครับว่า การงดมื้อเช้าอาจเป็นสาเหตุแฝงที่ทำให้เราอารมณ์เสีย หงุดหงิดง่าย และรู้สึกกดดันมากกว่าปกติเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาในที่ทำงาน
วันนี้หมอจะพามาดูเหตุผลทางวิทยาศาสตร์กันครับว่า อาหารเช้ามีความเกี่ยวพันกับระดับความตึงเครียดของเราในระหว่างวันได้อย่างไร
กลไกของน้ำตาลในเลือดและฮอร์โมนความเครียด
เวลาที่เรานอนหลับ ร่างกายจะขาดอาหารและน้ำเป็นเวลาหลายชั่วโมง เมื่อตื่นขึ้นมา ระดับน้ำตาลในเลือดของเราจะอยู่ในจุดที่ค่อนข้างต่ำครับ หากเราเริ่มต้นวันใหม่โดยไม่รับประทานอะไรเลย ร่างกายจะพยายามรักษาสมดุลโดยการกระตุ้นให้ต่อมหมวกไตหลั่งฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอล (Cortisol) และอะดรีนาลีน (Adrenaline) ออกมา เพื่อสลายพลังงานสำรองให้กลายเป็นน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด
กระบวนการนี้เองที่ทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติถูกกระตุ้นให้ตื่นตัว คล้ายกับเวลาที่เรากำลังเผชิญหน้ากับอันตราย ส่งผลให้เรารู้สึกกระสับกระส่ายและตอบสนองต่อเรื่องกดดันต่างๆ ด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียวได้ง่ายขึ้นครับ
สมองต้องการพลังงานเพื่อจัดการอารมณ์
สมองของเราเป็นอวัยวะที่ใช้พลังงานจากน้ำตาลกลูโคสเป็นแกนหลักครับ การรับประทานอาหารเช้าจึงเปรียบการเติมเชื้อเพลิงให้สมองมีความพร้อมสำหรับการคิดวิเคราะห์และควบคุมอารมณ์
การศึกษาทางการแพทย์หลายฉบับพบว่า การงดอาหารเช้ามีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภาวะความวิตกกังวลและอาการซึมเศร้า นอกจากนี้ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำจากการอดมื้อเช้ายังเป็นที่มาของอาการโมโหหิว (Hangry) ซึ่งทำให้ระดับความอดทนต่อความกดดันลดลงอย่างมาก ส่งผลให้ความเครียดในระหว่างวันพุ่งสูงขึ้นได้ง่ายดายครับ
เลือกมื้อเช้าอย่างไรให้ใจสงบ
เพื่อให้มื้อเช้าเป็นตัวช่วยในการดูแลจิตใจอย่างแท้จริง ตามแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เราควรให้ความสำคัญกับคุณภาพของอาหารในมื้อแรกของวันด้วยครับ:
1. คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน: เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต หรือข้าวโอ๊ต จะช่วยให้น้ำตาลในเลือดค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ และทรงตัวได้นาน ทำให้ระดับพลังงานและอารมณ์ของเราคงที่ตลอดช่วงเช้าครับ
2. โปรตีนคุณภาพดี: เช่น ไข่ นม หรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน โปรตีนจะช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น และมีกรดอะมิโนที่เป็นสารตั้งต้นในการสร้างสารสื่อประสาทที่ช่วยให้สมองผ่อนคลายครับ
3. หลีกเลี่ยงน้ำตาลขัดขาว: เช่น โดนัท หรือน้ำหวาน เพราะจะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและตกลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะยิ่งกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลียและหงุดหงิดง่ายกว่าเดิมครับ
บทสรุปจากหมอธี
อาหารเช้าไม่ได้เป็นเพียงแค่มื้ออาหารที่ช่วยเติมอิ่มให้ท้องเท่านั้นครับ แต่ยังเป็นเกราะป้องกันทางสรีรวิทยาที่ช่วยให้ระบบฮอร์โมนและระบบประสาทของเรามีความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในแต่ละวัน การสละเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อรับประทานอาหารเช้าที่มีประโยชน์ จึงเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพกายและจิตใจที่คุ้มค่ามากครับ
ชวนคุย: ลูกเพจของหมอธีชอบทานเมนูอะไรเป็นมื้อเช้ากันบ้างครับ? วันที่ได้ทานอาหารเช้าเต็มอิ่ม กับวันที่ต้องเร่งรีบจนไม่ได้ทาน สังเกตความต่างของอารมณ์ในวันนั้นกันไหมครับ? ลองคอมเมนต์มาพูดคุยและแชร์เมนูเด็ดๆ กันได้นะครับ
หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์
ด้วยความปรารถนาดี
หมอธี มีเรื่องเล่า
แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ (References):
1. Adolphus, K., Lawton, C. L., & Dye, L. (2013). The effects of breakfast on behavior and academic performance in children and adolescents. Frontiers in Human Neuroscience, 7, 425.
2. Zilberter, T., & Zilberter, E. Y. (2013). Breakfast: to skip or not to skip?. Frontiers in Public Health, 1, 59.
3. Zaewen, M., et al. (2022). Skipping breakfast is associated with depressive symptoms: a cross-sectional study. Nutrients, 14(10), 2000.
4. Ferrer-Cascales, R., et al. (2018). Eat or Skip Breakfast? The Important Role of Breakfast Quality for Health-Related Quality of Life, Stress and Depression in Spanish Adolescents. International Journal of Environmental Research and Public Health, 15(8), 1781.



Comments