ศิลปะแห่งการเอ้อระเหย... รู้จัก "Dawdle Therapy" ยาใจชั้นดีของคนวัยทำงาน
- หมอธี มีเรื่องเล่า
- Mar 15
- 2 min read

สวัสดีครับแฟนเพจทุกท่าน วันนี้กลับมาพบกับ “หมอธี มีเรื่องเล่า” กันอีกครั้งนะครับ ช่วงนี้มีแฟนเพจท่านไหนรู้สึกว่าตัวเองต้องทำตัวให้ยุ่งอยู่ตลอดเวลา หรือรู้สึกผิดเวลาที่นั่งเฉย ๆ โดยไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้างไหมครับ?
ในยุคที่เราถูกขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรมการทำงานหนักและต้องสร้างผลงานตลอดเวลา (Hustle Culture) การปล่อยให้ตัวเองว่างกลายเป็นเรื่องที่หลายคนทำใจได้ยาก แต่ทราบไหมครับว่า ในมุมมองทางจิตวิทยาและประสาทวิทยาศาสตร์ (Neuroscience) การอนุญาตให้ตัวเอง "ไม่ทำอะไรเลย" กลับเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพสมองและจิตใจ วันนี้หมอจะพามาทำความรู้จักกับแนวคิดที่กำลังได้รับความสนใจอย่าง "Dawdle Therapy" กันครับ
Dawdle Therapy คืออะไร? แค่ขี้เกียจหรือเปล่า?
คำว่า "Dawdle" หมายถึง การเดินทอดน่อง ทำตัวอ้อยอิ่ง เอ้อระเหย หรือการใช้เวลาไปเรื่อย ๆ อย่างเชื่องช้า เมื่อนำมาใช้ในบริบทของการดูแลจิตใจ (Self-care) "Dawdle Therapy" จึงหมายถึง การจงใจจัดสรรเวลาให้ตัวเองได้ทำสิ่งต่าง ๆ ให้ช้าลง หรือ "ไม่ทำอะไรเลย" อย่างมีสติ โดยปราศจากความรู้สึกผิดครับ
แนวคิดนี้ไม่ใช่ "ความขี้เกียจ" หรือ "การผัดวันประกันพรุ่ง" (Procrastination) เพราะการผัดวันประกันพรุ่งมักแฝงมากับความเครียดและการหลีกหนีปัญหา แต่ Dawdle Therapy คือการตั้งใจพักผ่อน คล้ายกับวิถีชีวิต "Niksen" ของชาวดัตช์ ที่เน้นการปล่อยใจให้ล่องลอยโดยไม่มีเป้าหมายแอบแฝง เช่น การนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง มองท้องฟ้า หรือจิบเครื่องดื่มเงียบ ๆ โดยไม่แตะโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้สมองได้เว้นวรรคจากข้อมูลข่าวสารที่ล้นทะลักครับ (Mecking, 2020)
วิทยาศาสตร์เบื้องหลังการ “นั่งเหม่อ”
หลายคนอาจคิดว่าการนั่งเหม่อลอยคือการปล่อยเวลาให้เสียเปล่า แต่ในทางการแพทย์ เมื่อเราอยู่เฉย ๆ สมองของเราไม่ได้หยุดทำงานนะครับ แต่จะเกิดกระบวนการเหล่านี้ขึ้น:
การเปิดโหมดซ่อมบำรุงของสมอง (Default Mode Network - DMN): เมื่อเราหยุดจดจ่อกับงานตรงหน้าและปล่อยให้ใจลอย (Mind-wandering) สมองจะสลับไปเปิดใช้งานเครือข่าย DMN ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการประมวลผลอารมณ์ จัดระเบียบความทรงจำ ทบทวนตัวเอง (Self-reflection) และเชื่อมโยงข้อมูลที่ซับซ้อนเข้าด้วยกัน (Raichle et al., 2001) นี่คือเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบายว่า ทำไมไอเดียเจ๋ง ๆ หรือทางแก้ปัญหาดี ๆ มักจะผุดขึ้นมาตอนที่เราไม่ได้ตั้งใจคิด เช่น ตอนกำลังอาบน้ำ หรือเดินเล่นเพลิน ๆ ครับ (Baird et al., 2012)
การตัดขาดทางจิตใจ (Psychological Detachment): งานวิจัยด้านจิตวิทยาอาชีวอนามัยพบว่า การทิ้งระยะห่างและหยุดคิดเรื่องงานอย่างแท้จริงในช่วงเวลาพักผ่อน จะช่วยลดความตึงเครียดของระบบประสาท ลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) และช่วยฟื้นฟูพลังงานทางจิตใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Sonnentag, 2012)
ข้อควรระวังในมุมมองทางการแพทย์และข้อกฎหมาย
เพื่อให้ถูกต้องตามหลักวิชาชีพ จริยธรรมแพทย์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หมอต้องขอเน้นย้ำว่า คำว่า "Therapy" ในที่นี้ เป็นเพียงคำเปรียบเปรยถึงเทคนิคการดูแลสุขภาพจิตเบื้องต้นด้วยตนเอง (Self-care lifestyle) เท่านั้น ไม่ใช่วิธีการบำบัดรักษาโรคทางจิตเวช ไม่ใช่หัตถการทางการแพทย์ และไม่สามารถนำมาทดแทนการรักษามาตรฐานได้นะครับ หากท่านใดมีภาวะเครียดสะสมรุนแรง ซึมเศร้า หรือวิตกกังวลจนรบกวนการนอนหลับและการใช้ชีวิตประจำวัน หมอแนะนำให้เข้าพบแพทย์เฉพาะทางหรือนักจิตวิทยาคลินิก เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและดูแลด้วยวิธีที่ถูกต้องตามมาตรฐานวิชาชีพครับ
🩺 บทสรุปจากหมอธี
Dawdle Therapy หรือศิลปะแห่งการอ้อยอิ่ง สอนให้เรารู้ว่า ร่างกายและสมองของมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้วิ่งมาราธอนด้วยความเร็วสูงสุดอยู่ตลอดเวลา การอนุญาตให้ตัวเองได้เอ้อระเหยและนั่งเหม่อลอยบ้าง ไม่ใช่ความไร้สาระ แต่เป็นการเว้นช่องว่างให้เครือข่าย DMN ของสมองได้ทำงานและชาร์จพลังงาน การยอมรับความเชื่องช้าและให้เวลากับตัวเอง คือศิลปะการใช้ชีวิตที่จะช่วยปรับสมดุลสุขภาพองค์รวม ทำให้เราก้าวเดินต่อไปในโลกที่เร่งรีบได้อย่างมั่นคงและมีความสุขครับ
💬 ชวนลูกเพจคุย
แล้วแฟนเพจของหมอล่ะครับ เคยรู้สึก "ผิด" เวลาที่ตัวเองนั่งเฉย ๆ หรือไม่ได้ทำงานบ้างไหม? หรือมีใครมีมุมโปรดส่วนตัวที่ชอบไปนั่งเหม่อลอยทิ้งตัวฮีลใจกันบ้าง ลองคอมเมนต์มาแชร์บรรยากาศ หรือแลกเปลี่ยนวิธีพักผ่อนสมองแบบไม่ต้องคิดอะไรมากกันได้เลยนะครับ หมอรออ่านและพร้อมพูดคุยกับทุกคนอยู่ครับ!
ด้วยความปรารถนาดี
หมอธี มีเรื่องเล่า
หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์
เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ:
- Baird, B., Smallwood, J., Mrazek, M. D., Kam, J. W., Franklin, M. S., & Schooler, J. W. (2012). Inspired by distraction: Mind wandering facilitates creative incubation. Psychological Science, 23(10), 1117-1122.
- Mecking, O. (2020). Niksen: Embracing the Dutch Art of Doing Nothing. Piatkus.
- Raichle, M. E., MacLeod, A. M., Snyder, A. Z., Powers, W. J., Gusnard, D. A., & Shulman, G. L. (2001). A default mode of brain function. Proceedings of the National Academy of Sciences, 98(2), 676-682.
- Sonnentag, S. (2012). Psychological detachment from work during leisure time: The benefits of mentally disengaging from work. Current Directions in Psychological Science, 21(2), 114-118.
#หมอธีมีเรื่องเล่า #DawdleTherapy #สุขภาพจิต #จิตวิทยาการทำงาน #ภาวะหมดไฟ #BurnoutSyndrome #ศิลปะแห่งการอ้อยอิ่ง #การพักผ่อน #HustleCulture #DefaultModeNetwork #ฮีลใจ



Comments