
ศึกชิงเจ้าวิตามิน! กินผัก “สด vs ลวก vs ต้ม” แบบไหนร่างกายได้ประโยชน์สูงสุด?
- หมอธี มีเรื่องเล่า
- Feb 19
- 2 min read

สวัสดีครับแฟนเพจ “หมอธี มีเรื่องเล่า” ทุกท่าน
เคยสงสัยกันไหมครับเวลาเรายืนอยู่หน้าหม้อแกงจืดหรือจานสลัดว่า "ตกลงแล้ว ผักที่เรากำลังจะกินเนี่ย กินแบบไหนถึงจะได้รับสารอาหารคุ้มค่าที่สุด?" บางคนบอกว่ากินสดสิดี วิตามินไม่หาย แต่บางคนก็บอกว่าต้องทำให้สุกก่อนถึงจะปลอดภัยและดึงสารอาหารออกมาได้ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความเชื่อครับ แต่มีวิทยาศาสตร์รองรับอยู่
วันนี้หมอธีจะมาไขข้อข้องใจนี้ให้ฟังกันครับ
1. ทีมผักสด: เจ้าแห่งวิตามินซีและเอนไซม์
สำหรับผักที่โดดเด่นเรื่อง วิตามินที่ละลายในน้ำ (Water-soluble vitamins) เช่น วิตามินซี และวิตามินบี รวมถึงเอนไซม์ต่างๆ การทาน "สด" มักจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าครับ
มีงานวิจัยระบุว่า ความร้อนจากการปรุงอาหารสามารถทำลายวิตามินซีในผักบางชนิดได้ถึง 50% หรือมากกว่านั้น (Yuan et al., 2009) ผักจำพวก แตงกวา ผักกาดหอม หรือพริกหวาน จึงเหมาะที่จะทานสดเพื่อรับวิตามินเหล่านี้เต็มๆ แต่ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดสำหรับทีมผักสดคือ "ความสะอาด" ครับ ต้องล้างให้ถูกวิธีเพื่อลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์และสารตกค้าง ตามหลักสุขาภิบาลอาหาร
2. ทีมผักลวก/ต้ม: ปลุกพลังสารต้านอนุมูลอิสระ
เชื่อไหมครับว่า ผักบางชนิด "ยิ่งโดนความร้อน ยิ่งมีประโยชน์" เพราะความร้อนจะเข้าไปช่วยทำลายผนังเซลล์ของพืช ทำให้ร่างกายเราดูดซึมสารสำคัญได้ง่ายขึ้น (Bioavailability)
• มะเขือเทศ: การผ่านความร้อนจะช่วยเพิ่มปริมาณ ไลโคปีน (Lycopene) ชนิดที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้จริง ซึ่งมีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ (Dewanto et al., 2002)
• แครอท: การต้มสุกช่วยให้ร่างกายได้รับ เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) มากกว่าการทานดิบ
• ผักโขมและหน่อไม้ฝรั่ง: การต้มช่วยลดสารต้านโภชนาการ (Anti-nutrients) เช่น กรดออกซาลิก (Oxalic acid) ที่อาจขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมได้ (Chai & Liebman, 2005)
3. ลวก (Blanching) vs ต้ม (Boiling): เส้นบางๆ ระหว่าง “สุกพอดี” กับ “สารอาหารหาย”
ทีนี้ถ้าต้องเลือกใช้ความร้อน การ "ลวก" กับ "ต้ม" ให้ผลต่างกันอย่างไร?
• การลวก (Blanching): คือการนำผักไปผ่านน้ำเดือดในระยะเวลาสั้นๆ แล้วน็อคด้วยน้ำเย็น วิธีนี้ช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่ทำให้ผักเสียคุณภาพ ช่วยรักษาสีสัน และสูญเสียวิตามินที่ละลายในน้ำน้อยกว่าการต้มเป็นเวลานาน (Rickman et al., 2007)
• การต้ม (Boiling): หากต้มผักในปริมาณน้ำมากๆ เป็นเวลานาน วิตามินซีและวิตามินบีจะละลายออกไปอยู่ในน้ำแกงจนหมดครับ หากท่านต้องการทานผักต้ม หมอแนะนำให้ทานน้ำแกงนั้นด้วย เพื่อให้ได้รับวิตามินที่ละลายออกมา หรือใช้เวลาต้มให้น้อยที่สุดครับ
บทสรุปจากหมอธี (Dr.Tee’s Takeaway)
การเลือกกินผักไม่มีสูตรตายตัวว่า "สด" หรือ "สุก" ดีกว่ากันแบบ 100% ครับ แต่ขึ้นอยู่กับ "ชนิดของผัก" และ "วิตามินที่เราต้องการ"
1. อยากได้ วิตามินซี (เช่น พริกหวาน ผักสลัด) -> ให้เน้นกิน สด (ล้างให้สะอาด)
2. อยากได้ ไลโคปีน, เบต้าแคโรทีน (เช่น มะเขือเทศ แครอท) หรือผักที่มีกากใยแข็ง -> ให้เน้นกิน สุก
3. หากจะปรุงสุก การ ลวก หรือต้มระยะสั้น จะช่วยรักษาวิตามินได้ดีกว่าการต้มเปื่อยครับ
หัวใจสำคัญคือ "ความหลากหลาย" ครับ การทานผักให้หลากสีและหลายกรรมวิธี จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนที่สุดครับ
💬 ชวนคุย: เย็นนี้แฟนเพจตั้งใจจะทำเมนูผักอะไรทานกันบ้างครับ? เป็นสายผักสดกรอบๆ หรือสายผักต้มเปื่อยนุ่มๆ คอมเมนต์มาแชร์เมนูเด็ดบอกหมอหน่อยนะครับ
ด้วยความปรารถนาดี
หมอธี มีเรื่องเล่า
หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์
เอกสารอ้างอิง (References)
1. Yuan, G. F., Sun, B., Yuan, J., & Wang, Q. M. (2009). Effects of different cooking methods on health-promoting compounds of broccoli. Journal of Food Science and Technology, 46(6), 587-598.
2. Dewanto, V., Wu, X., Adom, K. K., & Liu, R. H. (2002). Thermal processing enhances the nutritional value of tomatoes by increasing total antioxidant activity. Journal of Agricultural and Food Chemistry, 50(10), 3010-3014.
3. Chai, W., & Liebman, M. (2005). Effect of different cooking methods on vegetable oxalate content. Journal of Agricultural and Food Chemistry, 53(8), 3027-3030.
4. Rickman, J. C., Barrett, D. M., & Bruhn, C. M. (2007). Nutritional comparison of fresh, frozen and canned fruits and vegetables. Part 1. Vitamins C and B and phenolic compounds. Journal of the Science of Food and Agriculture, 87(6), 930-944.



Comments