สกัดกั้นความทรงจำลบเลือน... ถอดรหัสวิทยาศาสตร์ “กิจกรรมบริหารสมอง ชะลอภาวะสมองเสื่อม”

สวัสดีครับแฟนเพจทุกท่าน กลับมาพบกับ “หมอธี มีเรื่องเล่า” กันอีกครั้งนะครับ เวลาที่เราพูดถึงเรื่อง "โรคสมองเสื่อม (Dementia)" หรืออัลไซเมอร์ แฟนเพจหลายท่านมักจะกังวลและเข้ามาปรึกษาหมอว่า “คุณหมอคะ พออายุมากขึ้น เริ่มหลงลืมบ่อย มียาอะไรบำรุงสมองให้ความจำดี ๆ ไม่ให้เป็นอัลไซเมอร์ไหมคะ?”
ในมุมมองของประสาทวิทยา (Neurology) หมอต้องบอกตามตรงว่า ปัจจุบันยังไม่มียาตัวไหนในโลกที่ป้องกันโรคสมองเสื่อมได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ แต่ข่าวดีคือ สมองของเรามีความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่เรียกว่า "Neuroplasticity" หรือ "ความยืดหยุ่นของระบบประสาท" ซึ่งหมายความว่า สมองของเราสามารถสร้างวงจรเส้นประสาทใหม่ ๆ ได้ตลอดชีวิต หากเราป้อน "สิ่งเร้า" ที่ถูกต้องให้มันครับ
ในวงการเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) เราพบว่า วิธีการต้านสมองเสื่อมที่ทรงพลังคือ "การบริหารสมอง (Cognitive Training)" อย่างสม่ำเสมอ วันนี้หมอจะพาทุกท่านไปถอดรหัสวิทยาศาสตร์ว่า กิจกรรมแบบไหนที่กระตุ้นเซลล์สมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยชะลอการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้อย่างเห็นผลครับ
1. สรีรวิทยาของการสร้าง "ทุนสำรองสมอง" (Cognitive Reserve)
ทำไมบางคนมีพยาธิสภาพของโรคอัลไซเมอร์ในสมอง (มีโปรตีนพิษเกาะ) แต่กลับไม่มีอาการหลงลืมเลย? คำตอบคือคนกลุ่มนี้มีสิ่งที่เรียกว่า "ทุนสำรองสมอง (Cognitive Reserve)" สูงครับ
เปรียบเสมือนเรามีถนนหลายสายในการเดินทางไปเป้าหมาย หากถนนสายหลัก (เซลล์สมอง) ถูกพยาธิสภาพทำลาย คนที่มีทุนสำรองสูง จะสามารถใช้ทางเบี่ยง (เส้นประสาทวงจรอื่น) มาชดเชยการทำงานได้ ทำให้ความจำยังคงดีอยู่ งานวิจัยยืนยันว่า การทำกิจกรรมที่ต้อง "ใช้ความคิดที่ซับซ้อนและท้าทาย" จะช่วยกระตุ้นการสร้างจุดเชื่อมต่อประสาท (Synapses) เพิ่มขึ้น เป็นการสะสมทุนสำรองไว้ใช้ในยามแก่ชราครับ (Stern, 2012)
2. กิจกรรมแบบไหนถึงเรียกว่า "ฝึกสมอง"? (Novelty & Complexity)
หลายคนบอกหมอว่า “หนูบริหารสมองทุกวันเลยค่ะหมอ เล่นเกมจับคู่ผลไม้ในมือถือวันละ 2 ชั่วโมง” ในทางวิทยาศาสตร์ การทำอะไรซ้ำ ๆ เดิม ๆ จนเกิดความชำนาญ สมองจะปรับเข้าสู่โหมด "อัตโนมัติ (Autopilot)" ซึ่งใช้พลังงานน้อยมาก และ "ไม่ได้กระตุ้นการสร้างวงจรประสาทใหม่" ครับ!
กิจกรรมบริหารสมองที่ดี ต้องประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ คือ "ความแปลกใหม่ (Novelty)" และ "ความซับซ้อน (Complexity)" ครับ
เทคนิคจากหมอ: แนะนำกิจกรรมที่ต้องใช้ทักษะใหม่ ๆ เช่น การเรียนรู้ภาษาที่ 3, การหัดเล่นดนตรีชิ้นใหม่, การเรียนรู้งานฝีมือที่ไม่เคยทำมาก่อน (เช่น ถักนิตติ้ง วาดภาพสีน้ำ) หรือง่ายที่สุดคือ "การเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้าน" หรือ "การใช้มือข้างที่ไม่ถนัดแปรงฟัน" สิ่งเหล่านี้จะบีบให้สมองต้องตื่นตัว ประมวลผลใหม่ และสร้างแขนงประสาทใหม่ตลอดเวลาครับ (Park et al., 2014)
3. "การเคลื่อนไหวและการเข้าสังคม" จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของสมอง
สุดยอดการบริหารสมอง ไม่ได้เกิดจากการนั่งโต๊ะทำแบบฝึกหัดอย่างเดียวนะครับ! แต่คือ "การออกกำลังกายที่ต้องใช้การประสานงานของร่างกาย (Motor Coordination)" เช่น การเต้นรำ รำไทเก๊ก หรือการเต้นแอโรบิก
กิจกรรมเหล่านี้ต้องใช้ความจำ (จำสเตปการเต้น) ใช้การทรงตัว และมักจะทำร่วมกับผู้อื่น (Social Interaction) การปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นจะกระตุ้นสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) อย่างรุนแรง งานวิจัยระดับการวิเคราะห์อภิมาน (Meta-analysis) ยืนยันว่า การออกกำลังกายควบคู่ไปกับการเข้าสังคม เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการชะลอความเสื่อมของระบบความรู้ความเข้าใจ (Cognitive function) ในผู้สูงอายุครับ (Groot et al., 2015)
ภาวะหลงลืมในผู้สูงอายุ อาจมีสาเหตุมาจากโรคทางกายที่ซ่อนอยู่ (เช่น ภาวะไทรอยด์ต่ำ ขาดวิตามินบี 12 ภาวะซึมเศร้า หรือมีเลือดออกคั่งในสมอง) หากท่านสังเกตว่าผู้สูงอายุในบ้านมีอาการ หลงลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ถามซ้ำ ๆ หลงทิศทางในสถานที่คุ้นเคย หรือพฤติกรรมอารมณ์ก้าวร้าวเปลี่ยนไปจากเดิม ห้ามด่วนสรุปไปเอง ห้ามซื้อยาบำรุงสมองมารับประทานเพื่อรอดูอาการเด็ดขาด โปรดพาท่านไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมประสาทวิทยา (Neurologist) หรือแพทย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ในสถานพยาบาล เพื่อรับการตรวจประเมินความจำ สแกนสมอง และรับการวินิจฉัยรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพเวชกรรมโดยเร็วที่สุดครับ
🩺 บทสรุปจากหมอธี
"สมอง" ของมนุษย์เราก็เหมือน "มีด" ครับ ยิ่งใช้ ยิ่งลับ ก็จะยิ่งคม การปล่อยให้สมองของผู้สูงอายุว่างเปล่า นั่งเหม่อลอยอยู่หน้าทีวีทั้งวัน คือการปล่อยให้มีดเกิดสนิมและทื่อลงไปตามกาลเวลา การชวนคุณพ่อคุณแม่มาเล่นเกมกระดานด้วยกัน พาไปพบปะเพื่อนฝูง สอนท่านใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือแม้แต่การชวนคุยถกเถียงประเด็นข่าวสารในบ้าน ล้วนเป็นการลับสมอง (Cognitive Training) ที่ทรงพลังและเต็มไปด้วยความรัก ซึ่งจะช่วยชะลอความเสื่อม และรักษาความทรงจำที่มีค่าให้อยู่กับคนที่เรารักไปอีกนานแสนนานครับ
💬 ชวนลูกเพจคุย
อ่านมาถึงตรงนี้ แฟนเพจลองสะท้อนถึงกิจวัตรประจำวันของคุณพ่อคุณแม่ หรือคุณปู่คุณย่าที่บ้านดูนะครับ... ปกติแล้วในแต่ละวัน ท่านใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับกิจกรรมอะไรบ้างครับ? (เช่น นั่งดูทีวี ปลูกต้นไม้ หรือไปรำกระบี่กระบองที่สวนสาธารณะ)
แล้วครอบครัวของแฟนเพจ มี "เทคนิคบริหารสมอง" หรือ "กิจกรรมกระชับมิตร" อะไรที่มักจะชวนผู้ใหญ่ในบ้านทำร่วมกันบ้างไหมครับ? บางบ้านอาจจะชอบชวนคุณตาเล่นหมากรุกจีน บางบ้านอาจจะสอนคุณยายเล่นแอปพลิเคชันส่งรูปสวัสดียามเช้า หรือให้ท่านช่วยคิดสูตรทำกับข้าวเมนูใหม่ ๆ ลองคอมเมนต์มาแบ่งปันไอเดียกิจกรรม แชร์ประสบการณ์น่ารัก ๆ ให้หมอและเพื่อน ๆ ในเพจได้อ่านเป็นแรงบันดาลใจในการดูแลผู้สูงวัยที่บ้านกันหน่อยนะครับ หมอรออ่านและพร้อมให้คำแนะนำกับทุกท่านครับ!
ด้วยความปรารถนาดี
หมอธี มีเรื่องเล่า
หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์
เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ:
- Erickson, K. I., Voss, M. W., Prakash, R. S., Basak, C., Szabo, A., Chaddock, L., ... & Kramer, A. F. (2011). Exercise training increases size of hippocampus and improves memory. Proceedings of the National Academy of Sciences, 108(7), 3017-3022.
- Groot, C., Hooghiemstra, A. M., Raijmakers, P. G., van Goor, J. M., Scherder, E. J., ... & Ossenkoppele, R. (2015). The effect of physical activity on cognitive function in patients with dementia: A meta-analysis of randomized control trials. Ageing Research Reviews, 25, 13-23.
- Park, D. C., Lodi-Smith, J., Drew, L., Haber, S., Hebrank, A., Bischof, G. N., & Aamodt, W. (2014). The impact of sustained engagement on cognitive function in older adults: the Synapse Project. Psychological Science, 25(1), 103-112.
- Stern, Y. (2012). Cognitive reserve in ageing and Alzheimer's disease. The Lancet Neurology, 11(10), 1006-1012.
#หมอธีมีเรื่องเล่า #บริหารสมอง #ชะลอสมองเสื่อม #อัลไซเมอร์ #Dementia #ความจำเสื่อม #CognitiveReserve #CognitiveTraining #เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ #กิจกรรมผู้สูงอายุ #ประสาทวิทยา #ดูแลผู้สูงอายุ #สังคมสูงวัย #ดูแลสุขภาพองค์รวม



Comments