3 เรื่องที่ทำตั้งแต่ต้นปี แล้วรู้สึกว่าคิดถูกมาก
- หมอธี มีเรื่องเล่า
- Mar 14
- 2 min read

สวัสดีครับทุกท่าน หมอธี (Dr.Tee) กลับมาพบกับทุกคนในเพจ “หมอธี มีเรื่องเล่า” อีกครั้งนะครับ
เผลอครู่เดียวเราก็เดินทางมาถึงเดือนมีนาคมของปี 2026 กันแล้ว เวลาผ่านไปไวมากเลยใช่ไหมครับ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา หมอเชื่อว่าหลายท่านคงได้ตั้งเป้าหมาย หรือ New Year’s Resolution เอาไว้หลากหลายเรื่อง ตัวหมอเองก็เช่นกันครับ ปีนี้หมอตัดสินใจปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเล็ก ๆ น้อย ๆ หลายอย่าง ซึ่งพอทำมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว รู้สึกว่าร่างกายและจิตใจเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
วันนี้หมอเลยอยากนำ 3 สิ่งที่หมอเริ่มทำตั้งแต่ต้นปีและรู้สึกว่า "คิดถูกมากที่ทำ" มาเล่าสู่กันฟัง พร้อมกับเกร็ดความรู้ทางวิชาการแพทย์ เผื่อจะเป็นไอเดียให้ทุกคนนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองกันครับ
1. การจัดระเบียบการนอนหลับอย่างจริงจัง (Prioritizing Sleep Hygiene)
ในอดีตหมอเองก็เคยชินกับการทำงานดึกดื่นแล้วตื่นเช้า แต่ปีนี้หมอตั้งกฎเหล็กกับตัวเองว่า จะต้องมี "Sleep Hygiene" หรือสุขอนามัยการนอนที่ดี โดยหมอเริ่มจากการงดใช้หน้าจอสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน และพยายามเข้านอนให้ตรงเวลาทุกวันครับ
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ หมอรู้สึกว่าสมองปลอดโปร่งขึ้นมากในตอนเช้า อาการอ่อนเพลียระหว่างวันลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในทางการแพทย์ การนอนหลับที่มีคุณภาพและสม่ำเสมอ ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องความสดชื่นนะครับ แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน การรักษาสมดุลฮอร์โมน และการจัดการน้ำตาลในเลือด งานวิจัยเชิงประจักษ์ได้รวบรวมข้อมูลและยืนยันว่า ผู้ใหญ่ที่นอนหลับได้คุณภาพและมีระยะเวลา 7-9 ชั่วโมงต่อคืน จะมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และภาวะซึมเศร้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (Chaput et al., 2020)
2. การออกกำลังกายแบบคุมอัตราการเต้นของหัวใจใน โซน 2 (Zone 2 Training)
หลายคนอาจคิดว่าการออกกำลังกายที่ดีต้องเหนื่อยหอบเหงื่อท่วม แต่ปีนี้หมอหันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายแบบ Low-Intensity Steady State หรือการคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ใน "โซน 2" (ประมาณ 60-70% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด) เช่น การวิ่งเหยาะ ๆ การปั่นจักรยาน หรือการเดินเร็ว ในระดับที่ยังสามารถพูดคุยเป็นประโยคได้ต่อเนื่องครับ
ข้อดีที่หมอสัมผัสได้คือ ร่างกายไม่บอบช้ำ ไม่ปวดเมื่อยรุนแรง และสามารถทำต่อเนื่องได้ทุกสัปดาห์โดยไม่หมดไฟไปเสียก่อน ซึ่งสอดคล้องกับหลักสรีรวิทยาการออกกำลังกายที่พบว่า การฝึกในโซน 2 จะช่วยเพิ่มจำนวนและประสิทธิภาพของไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) ซึ่งเป็นแหล่งสร้างพลังงานของเซลล์ ทำให้ร่างกายดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานได้เก่งขึ้น และช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของระบบหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาวได้อย่างยั่งยืนครับ (San Millán & Brooks, 2018)
3. การเน้นทานอาหารจากธรรมชาติ ลดการแปรรูป (Whole-food, Plant-forward Diet)
ข้อสุดท้ายนี้ หมอไม่ได้ถึงกับทานมังสวิรัติร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ แต่หมอตั้งใจ "ลด" การทานอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปสูง (Ultra-processed foods) เช่น ไส้กรอก แฮม ขนมถุง หรือน้ำหวาน และ "เพิ่ม" สัดส่วนของอาหารที่ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด โดยเฉพาะธัญพืชขัดสีน้อย ถั่ว ผัก และผลไม้สด
ผลลัพธ์ที่ได้คือ ระบบขับถ่ายดีขึ้นมาก และรู้สึกว่าร่างกายมีความกระปรี้กระเปร่า ไม่ค่อยมีอาการง่วงซึมหลังมื้ออาหาร (Food coma) ข้อมูลทางโภชนาการทางการแพทย์ระบุว่า รูปแบบการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักและลดการแปรรูป อุดมไปด้วยใยอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยลดภาวะอักเสบซ่อนเร้นในร่างกาย ส่งเสริมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ และเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ครับ (Hemler & Hu, 2019)
บทสรุปจากหมอธี
สุขภาพที่ดีไม่ได้เกิดจากการทำอะไรที่ยิ่งใหญ่หรือหักโหมเพียงข้ามคืนครับ แต่เกิดจากการสะสมวินัยเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน การที่เราจัดเวลานอนให้เป็นระบบ ออกกำลังกายอย่างพอดีและสม่ำเสมอ รวมถึงการเลือกทานอาหารที่ดูแลเซลล์ในร่างกาย ล้วนเป็นการสร้าง "ต้นทุนสุขภาพ" ที่แข็งแกร่ง หมอหวังว่า 3 เรื่องนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกท่านค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตทีละนิด เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในระยะยาวนะครับ
ชวนลูกเพจคุย
แล้วลูกเพจของหมอล่ะครับ? ผ่านมา 2-3 เดือนของปี 2026 แล้ว มีเรื่องอะไรที่ทำตั้งแต่ต้นปีแล้วรู้สึกว่า "คิดถูกมากที่ตัดสินใจทำ" บ้างไหมครับ? ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องสุขภาพอย่างเดียวก็ได้นะครับ จะเป็นเรื่องงาน เรื่องครอบครัว หรือการเงินก็ได้ ลองคอมเมนต์มาแบ่งปันความภูมิใจเล็ก ๆ นี้ให้หมอและเพื่อน ๆ ในเพจอ่านกันหน่อยนะครับ หมอรออ่านอยู่ครับ!
ด้วยความปรารถนาดี
หมอธี มีเรื่องเล่า
หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์
แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ
- Chaput, J. P., Dutil, C., Featherstone, R., Ross, R., Giangregorio, L., Saunders, T. J., ... & Carrier, J. (2020). Sleep timing, sleep consistency, and health in adults: a systematic review. Applied Physiology, Nutrition, and Metabolism, 45(10), S232-S247.
- Hemler, E. C., & Hu, F. B. (2019). Plant-based diets for cardiovascular disease prevention: all plant foods are not created equal. Current Atherosclerosis Reports, 21(5), 18.
- San Millán, I., & Brooks, G. A. (2018). Assessment of metabolic flexibility by means of measuring blood lactate, fat, and carbohydrate oxidation responses to exercise in professional endurance athletes and less-fit individuals. Sports Medicine, 48(2), 467-479.
#หมอธีมีเรื่องเล่า #DrTee #รีวิวชีวิต2026 #เป้าหมายปีนี้ #ดูแลสุขภาพ #สุขภาพจิต #สุขภาพกาย #การนอนหลับ #SleepHygiene #Zone2Training #ออกกำลังกาย #อาหารเพื่อสุขภาพ #WholeFoods #PlantBasedDiet



Comments