ทำความเข้าใจกาลเวลา... ถอดรหัสวิทยาศาสตร์ “ความเสื่อมของระบบประสาทและสมองที่ส่งผลต่อความจำ”

สวัสดีครับแฟนเพจทุกท่าน กลับมาพบกับ “หมอธี มีเรื่องเล่า” กันอีกครั้งนะครับ แฟนเพจเคยมีประสบการณ์แบบนี้ไหมครับ... เดินขึ้นไปชั้นสองของบ้านแล้วนึกไม่ออกว่าขึ้นมาทำไม หรือเจอเพื่อนเก่าแล้วนึกชื่อเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก พออายุเริ่มมากขึ้น อาการเหล่านี้ก็ดูเหมือนจะแวะเวียนมาบ่อยขึ้น จนหลายคนเริ่มใจคอไม่ดี กังวลว่าตัวเองกำลังจะเป็นโรคอัลไซเมอร์หรือเปล่า?
ในมุมมองของประสาทวิทยา (Neurology) สมองของเราเปรียบเสมือน “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์” ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงมาหลายสิบปีครับ เมื่อกาลเวลาผ่านไป ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ย่อมมีการสึกหรอเป็นเรื่องธรรมดา แต่ความเสื่อมตามธรรมชาตินั้นต่างจากพยาธิสภาพของโรคร้ายอย่างสิ้นเชิงครับ
วันนี้ หมอจะพาทุกท่านเข้าไปสำรวจ “โลกภายในสมอง” เพื่อถอดรหัสวิทยาศาสตร์ระดับเซลล์กันครับว่า ความเสื่อมของระบบประสาทที่ส่งผลต่อความจำนั้นมีกลไกอย่างไร และทำไมบางคนถึงลืมแค่ชั่วคราว แต่บางคนถึงลืมอย่างถาวร
1. สรีรวิทยาของ “ความชราทางสมอง” (Normal Cognitive Aging)
เรามาเริ่มกันที่ความเสื่อมแบบปกติตามวัยก่อนครับ เมื่อมนุษย์ก้าวเข้าสู่วัย 50-60 ปีขึ้นไป ปริมาตรของสมองและน้ำหนักของสมองจะลดลงเล็กน้อยตามธรรมชาติ (Brain Atrophy) โดยเฉพาะบริเวณสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการประมวลผลและการใช้สมาธิ
ในระดับเซลล์ การเชื่อมต่อของเครือข่ายเส้นประสาท (Synaptic connections) จะมีความหลวมขึ้น และปริมาณสารสื่อประสาทอย่าง “อะเซทิลโคลีน (Acetylcholine)” และ “โดพามีน (Dopamine)” จะลดลง สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ "ความเร็วในการประมวลผล (Processing Speed)" ของผู้สูงอายุช้าลงครับ!
นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมคุณพ่อคุณแม่ถึงนึกชื่อคนไม่ออกในทันที หรือไม่สามารถทำอะไรหลายอย่างพร้อมกันได้ (Multitasking) แต่โปรดจำไว้ครับว่า "ท่านแค่ช้าลง แต่ความทรงจำไม่ได้ถูกลบทิ้งไป" หากให้เวลาท่านนึกสักพัก ท่านก็จะจำได้เองครับ (Harada et al., 2013)
2. เมื่อคอมพิวเตอร์ติดไวรัส: ภาวะ “สมองเสื่อม” (Dementia & Alzheimer’s Disease)
แต่ถ้าความทรงจำไม่ได้แค่ช้าลง แต่ "หายไปเลย" นั่นคือสัญญาณเตือนของโรคครับ!
สาเหตุอันดับหนึ่งคือ โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's Disease) ในทางสรีรวิทยา โรคนี้เกิดจาก "โปรตีนพิษ" 2 ชนิดที่ร่างกายกำจัดไม่หมด คือ เบตา-อะไมลอยด์ (Beta-amyloid) ที่สะสมเป็นคราบพลัค (Plaques) นอกเซลล์ประสาท และโปรตีนทาว (Tau) ที่จับตัวเป็นปม (Tangles) ภายในเซลล์
โปรตีนพิษเหล่านี้จะเริ่มไปเกาะและทำลายสมองส่วน "ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus)" ซึ่งเป็นศูนย์กลางของ "ความจำระยะสั้น" ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถบันทึกข้อมูลใหม่ ๆ เข้าไปในสมองได้อีกต่อไป ท่านจึงมักจะถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ ภายในเวลาไม่กี่นาที และจำไม่ได้เลยว่าเพิ่งทานข้าวไปเมื่อสักครู่นี้ครับ (Sperling et al., 2011)
3. เพชฌฆาตเงียบ: ภาวะสมองเสื่อมจาก “หลอดเลือด” (Vascular Dementia)
อีกหนึ่งความเสื่อมที่พบได้บ่อยมากแต่คนไม่ค่อยรู้จัก คือภาวะสมองเสื่อมจากหลอดเลือดครับ สาเหตุไม่ได้มาจากโปรตีนพิษ แต่มาจาก "พฤติกรรมการใช้ชีวิต" ที่ทำให้เกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง
โรคเรื้อรังเหล่านี้จะไปทำลาย "หลอดเลือดฝอยในสมอง" ให้แข็งและตีบแคบ (Small Vessel Disease) เมื่อเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ เซลล์สมองบางส่วนจะตายลงทีละน้อย ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักไม่ได้มีแค่อาการหลงลืม แต่จะมาพร้อมกับความเชื่องช้า คิดอะไรไม่ออก (Executive dysfunction) เดินเซ หรืออาจมีอาการแขนขาอ่อนแรงร่วมด้วยครับ (O'Brien & Thomas, 2015)
ภาวะหลงลืมหรือสับสนในผู้สูงอายุ อาจเกิดจาก "สาเหตุที่แก้ไขได้ (Reversible causes)" เช่น ภาวะขาดวิตามินบี 12 ภาวะไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ภาวะซึมเศร้า หรือมีเลือดออกคั่งในสมองจากการหกล้ม หากท่านสังเกตว่าผู้สูงอายุในบ้านมีอาการ หลงลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นรุนแรง หลงทางในสถานที่คุ้นเคย จำลูกหลานไม่ได้ หรือมีอารมณ์ก้าวร้าวเปลี่ยนไป ห้ามด่วนสรุปไปเอง ห้ามซื้อยาบำรุงสมองมารับประทานเพื่อรอดูอาการ และห้ามปล่อยผู้ป่วยให้อยู่ตามลำพังเด็ดขาด โปรดพาท่านไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมประสาทวิทยา (Neurologist) หรือแพทย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ในสถานพยาบาล เพื่อรับการตรวจประเมินความจำ สแกนสมอง (CT/MRI) หาสาเหตุที่แท้จริง และรับการรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพเวชกรรมโดยเร็วที่สุดครับ
🩺 บทสรุปจากหมอธี
"สมองมนุษย์" ก็เหมือนกล้ามเนื้อครับ การเสื่อมถอยตามกาลเวลาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในทางเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) เราสามารถสร้าง "ทุนสำรองสมอง (Cognitive Reserve)" เพื่อต้านทานโรคได้ครับ การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดหวานมันเค็มเพื่อดูแลหลอดเลือด การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และที่สำคัญที่สุดคือ "การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา" ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ เล่นดนตรี หรือพบปะพูดคุยกับเพื่อนฝูง ล้วนเป็น "วัคซีนชะลอวัย" ที่จะช่วยสร้างเครือข่ายเส้นประสาทใหม่ ๆ และรักษาสมองของเราให้เฉียบคมไปได้ตราบนานเท่านานครับ
💬 ชวนลูกเพจคุย
อ่านมาถึงตรงนี้ แฟนเพจลองทบทวนประสบการณ์ของตัวเอง หรือนึกถึงญาติผู้ใหญ่ที่บ้านดูนะครับ... มีวีรกรรมการ "หลงลืม" อาการไหนของตัวเอง หรือของคุณพ่อคุณแม่ ที่ทำให้รู้สึกขำ หรือบางครั้งก็แอบกังวลใจบ้างไหมครับ? (เช่น เดินถือแว่นตาแต่เดินหาแว่นตาทั่วบ้าน หรือเปิดตู้เย็นแล้วยืนงงว่ามาทำอะไร ฮ่า ๆ)
แล้วเมื่ออายุมากขึ้น แฟนเพจมี "เทคนิคบริหารสมอง" หรือวิธีจำแบบส่วนตัวอย่างไรบ้างครับ? (บางคนใช้วิธีจดใส่สมุดโน้ต บางคนชอบเล่นเกมซูโดกุ ทายคำศัพท์ หรือหัดเรียนภาษาใหม่ ๆ) ลองคอมเมนต์มาแบ่งปันประสบการณ์ เล่าวิธีบริหารสมอง หรือแลกเปลี่ยนเรื่องราวการดูแลผู้สูงอายุให้หมอและเพื่อน ๆ ในเพจได้อ่านเป็นความรู้และแรงบันดาลใจกันหน่อยนะครับ หมอรออ่านและพร้อมชื่นชมทุกคนที่ใส่ใจสุขภาพสมองครับ!
ด้วยความปรารถนาดี
หมอธี มีเรื่องเล่า
หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์
เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ:
- Harada, C. N., Natelson Love, M. C., & Triebel, K. L. (2013). Normal cognitive aging. Clinics in Geriatric Medicine, 29(4), 737-752.
- O'Brien, J. T., & Thomas, A. (2015). Vascular dementia. The Lancet, 386(10004), 1698-1706.
- Sperling, R. A., Aisen, P. S., Beckett, L. A., Bennett, D. A., Craft, S., Fagan, A. M., ... & Park, D. C. (2011). Toward defining the preclinical stages of Alzheimer's disease: recommendations from the National Institute on Aging-Alzheimer's Association workgroups on diagnostic guidelines for Alzheimer's disease. Alzheimer's & Dementia, 7(3), 280-292.



Comments