top of page

บริหารร่างกายด้วยท่าฤๅษีดัดตน: วิทยาศาสตร์เบื้องหลังภูมิปัญญาไทย และเทคนิคสำหรับวัยเก๋า

หมอธี มีเรื่องเล่า
Sep 17
2 min read

“หมอครับ ช่วงนี้คุณแม่บ่นปวดหลัง ปวดไหล่ บ่อยมาก แกเลยไปเปิดดูคลิปสอนท่า ‘ฤๅษีดัดตน’ แล้วลองทำตามที่บ้าน แต่ทำไปทำมาแกบอกว่ายิ่งทำยิ่งปวด รบกวนหมอช่วยดูหน่อยครับว่าคนแก่อายุ 70 กว่าๆ ยังเหมาะที่จะบริหารร่างกายด้วยวิธีนี้อยู่ไหม หรือควรให้แกไปนวดแผนไทยแทนดีกว่าครับ?”


เรื่องเล่าจากห้องตรวจเรื่องนี้ สะท้อนภาพจำที่เรามักมีต่อ “ท่าฤๅษีดัดตน” ได้เป็นอย่างดีครับ หลายคนเมื่อได้ยินชื่อนี้ มักจะนึกถึงรูปปั้นตามวัดที่มีท่าทางการดัดตนแบบแปลกๆ ดูผาดโผนและต้องใช้ความยืดหยุ่นสูง ทำให้ผู้สูงอายุหลายท่านไม่กล้าทำ หรือบางท่านเห็นว่าเป็นการยืดเส้นยืดสายธรรมดา ก็เลยลองดัดตัวตามคลิปแบบผิดวิธี จนเกิดอาการบาดเจ็บตามมา


ความจริงแล้ว ศาสตร์ฤๅษีดัดตนถือเป็น “ภูมิปัญญาเวชศาสตร์ฟื้นฟูแบบไทย” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหากล้ามเนื้อตึงตัวครับ วันนี้หมอธีเลยอยากมาชวนาดูกันครับว่า กลไกที่ซ่อนอยู่ในท่าฤๅษีดัดตนช่วยคลายความเมื่อยล้าได้อย่างไรในมุมมองของวิทยาศาสตร์ และเราจะนำมาประยุกต์ใช้กับผู้สูงอายุอย่างไรให้ร่างกายได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมครับ


ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ?

ปัญหาปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและพังผืด (Myofascial Pain Syndrome) เป็นอาการที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุครับ เมื่อเราอายุมากขึ้น ความยืดหยุ่นของเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และพังผืดจะลดลงตามธรรมชาติ บวกกับพฤติกรรมการนั่งนานๆ หรือการใช้งานร่างกายในท่าเดิมซ้ำๆ ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็ง


หากปล่อยให้กล้ามเนื้อตึงรั้งเป็นเวลานาน นอกจากจะทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังแล้ว ยังจำกัด “องศาการเคลื่อนไหว” (Range of Motion) ของข้อต่อ ทำให้ผู้สูงอายุเอื้อมหยิบของลำบาก ก้มใส่รองเท้ายากขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้ ข้อมูลจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระบุว่า การบริหารร่างกายด้วยท่าฤๅษีดัดตนพื้นฐาน มีส่วนช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของโลหิต คลายความตึงตัวของกล้ามเนื้อ และช่วยให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น (กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, 2021) การเรียนรู้วิธีบริหารร่างกายด้วยตัวเองที่บ้าน จึงเป็นวิธีดูแลสุขภาพเบื้องต้นที่ยั่งยืนกว่าการพึ่งพาการนวดเพียงอย่างเดียวครับ


หมอธีเล่าให้ฟัง: ฤๅษีดัดตน ไม่ใช่แค่การยืด แต่คือการ "บีบและคลายฟองน้ำ"


หลายคนมักเข้าใจว่า ท่าฤๅษีดัดตนก็คือการยืดกล้ามเนื้อ (Stretching) แบบทั่วไป แต่ถ้าเราสังเกตให้ดี ท่าฤๅษีดัดตนดั้งเดิมจะมีเอกลักษณ์ที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง คือ "การเกร็งกล้ามเนื้อต้านกัน พร้อมกับการกำหนดลมหายใจ"


เพื่อให้เข้าใจกลไกนี้ หมอขอเปรียบเทียบกล้ามเนื้อของเราเป็น “ฟองน้ำล้างจาน” ครับ

เวลาที่กล้ามเนื้อเราตึงหรือปวดเมื่อย เปรียบเสมือนฟองน้ำที่อุ้มของเสียจากกระบวนการเผาผลาญเอาไว้


จังหวะที่ 1 (ออกแรงดัดและสูดลมหายใจ): ท่าฤๅษีดัดตนมักจะให้เราออกแรงเกร็งกล้ามเนื้อต้านกัน พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จังหวะนี้เปรียบเสมือนเรากำลัง "บีบฟองน้ำ" เพื่อรีดเอาเลือดดำและของเสียที่คั่งค้างอยู่ออกไป


จังหวะที่ 2 (ผ่อนคลายและปล่อยลมหายใจ): เมื่อเราผ่อนลมหายใจออกและคลายกล้ามเนื้อ ฟองน้ำที่ถูกบีบจะคลายตัวออกอย่างรวดเร็ว ทำให้เลือดที่เต็มไปด้วยออกซิเจน ไหลเข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์กล้ามเนื้อแทนที่ของเสีย


กลไกทางสรีรวิทยานี้เองครับที่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายและเบาสบายตัว หลังจากการทำท่าฤๅษีดัดตนอย่างถูกวิธี


วิทยาศาสตร์บอกอะไรเรา: ข้อควรระวังเมื่อต้อง "กลั้นหายใจ"

เมื่อนำหลักการของฤๅษีดัดตนมาวิเคราะห์ตามหลักชีวกลศาสตร์ (Biomechanics) และสรีรวิทยา เราพบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้ครับ:


สิ่งที่เรารู้: การบริหารร่างกายด้วยท่าฤๅษีดัดตน สอดคล้องกับหลักการยืดเหยียดแบบเกร็งค้าง (Isometric contraction) และการยืดแบบคงที่ (Static stretching) การยืดเหยียดกล้ามเนื้อค้างไว้ประมาณ 10-30 วินาที มีส่วนช่วยรักษาระดับความยืดหยุ่นของข้อต่อและลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ACSM, 2021)


สิ่งที่มีหลักฐานสนับสนุนระดับหนึ่ง: การฝึกลมหายใจเข้า-ออกลึกๆ ขณะบริหารร่างกาย มีข้อมูลเบื้องต้นสนับสนุนว่าช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (Parasympathetic nervous system) ซึ่งมีหน้าที่ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ และลดความตึงเครียดของระบบประสาทได้ครับ


สิ่งที่ต้องระมัดระวัง: ในตำราโบราณ บางท่าอาจมีการแนะนำให้ "กลั้นหายใจ" ขณะออกแรงดัด แต่ในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน การกลั้นหายใจขณะออกแรงเกร็งกล้ามเนื้อ (Valsalva maneuver) จะทำให้ความดันภายในช่องอกและช่องท้องเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นชั่วขณะ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูงได้ครับ (ACSM, 2021)


สิ่งที่มักเข้าใจผิด: ผู้สูงอายุหลายท่านมักพยายามดัดตัวให้ได้องศาเป๊ะๆ เหมือนในรูปปั้น หรือดัดให้สุดจนรู้สึกเจ็บปวด ความจริงคือ การดัดตนที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องทำท่ายาก หรือยืดจนเจ็บ เพียงแค่ยืดให้รู้สึก "ตึงแบบพอทนได้" (Mild discomfort) ก็เพียงพอแล้วครับ การฝืนยืดจนเจ็บอาจทำให้กล้ามเนื้อเกิดการบาดเจ็บหรืออักเสบได้


แล้วเราควรทำอย่างไร? (4 ท่าพื้นฐานที่เหมาะสมสำหรับวัยเก๋า)

เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการหกล้ม หมอขอแนะนำให้ผู้สูงอายุนำท่าพื้นฐานมาดัดแปลงโดยการ "นั่งทำบนเก้าอี้ที่มั่นคง" และปรับจังหวะการหายใจเป็น "หายใจเข้าลึกๆ ค่อยๆ ยืดตัวออกแรง และหายใจออกช้าๆ ขณะผ่อนคลาย โดยหลีกเลี่ยงการกลั้นหายใจ" ลองนำ 4 ท่านี้ไปปรับใช้ดูครับ:


1. ท่าแก้เกียจ (ลดอาการปวดเมื่อยหลังและไหล่)

วิธีทำ: นั่งหลังตรงบนเก้าอี้ ประสานมือทั้งสองข้างไว้ตรงหน้าอก หายใจเข้าลึกๆ ค่อยๆ พลิกฝ่ามือดันเหยียดแขนไปข้างหน้าให้สุดจนตึง หายใจออกผ่อนคลาย จากนั้นหายใจเข้าใหม่ พร้อมยกแขนที่ประสานกันขึ้นเหนือศีรษะ เหยียดให้สุด หายใจออกแล้วค่อยๆ ลดแขนลงมาที่หน้าอก


ประโยชน์: ท่านี้คล้ายการบิดขี้เกียจ ช่วยยืดกล้ามเนื้อหลัง แขน และเปิดหน้าอกให้ปอดขยายตัวได้เต็มที่ครับ


2. ท่าดัดคอ (ลดอาการตึงคอบ่าไหล่)

วิธีทำ: นั่งหลังตรง เอามือขวาจับขอบเก้าอี้ไว้เพื่อไม่ให้หัวไหล่ยก สอดมือซ้ายข้ามศีรษะไปจับบริเวณเหนือหูขวา หายใจเข้า ค่อยๆ ออกแรงใช้มือซ้ายดึงศีรษะให้เอียงไปทางซ้าย (จนรู้สึกตึงที่ลำคอด้านขวา) ค้างไว้สัก 3-5 วินาที พร้อมหายใจออกช้าๆ แล้วกลับสู่ท่าตรง สลับทำอีกข้างครับ


ข้อควรระวัง: ออกแรงดึงเพียงเบาๆ ให้รู้สึกตึงพอทนได้ ไม่ควรกระชาก หรือดึงแรงจนรู้สึกเจ็บครับ


3. ท่าบิดลำตัว (คลายกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างและเอว)

วิธีทำ: นั่งหลังตรง มือขวาจับที่เข่าซ้าย มือซ้ายเอื้อมไปจับพนักพิงเก้าอี้ด้านหลัง สูดลมหายใจเข้า ค่อยๆ บิดลำตัวและหันหน้าไปทางซ้ายให้มากที่สุด (โดยสะโพกยังคงติดเก้าอี้) ค้างไว้ 3-5 วินาที พร้อมหายใจออกช้าๆ แล้วค่อยๆ บิดลำตัวกลับมาตรงกลาง จากนั้นสลับทำอีกข้างครับ


ประโยชน์: ช่วยยืดกล้ามเนื้อด้านข้างลำตัวและหลังส่วนล่าง คลายความปวดเมื่อยจากการนั่งนานๆ ได้ดีครับ


4. ท่านวดหน้า (กระตุ้นการไหลเวียนเลือดบนใบหน้าและถนอมสายตา)

วิธีทำ: ถูฝ่ามือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันจนรู้สึกอุ่น หลับตาลง นำฝ่ามือมาประคบเบาๆ ที่เปลือกตาทั้งสองข้าง ทิ้งไว้สักครู่ จากนั้นใช้ปลายนิ้วนวดคลึงเบาๆ บริเวณขมับ หน้าผาก และแนวกราม


ประโยชน์: ความอุ่นจากฝ่ามือช่วยคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตาที่อ่อนล้า และนับเป็นการผ่อนคลายร่างกายที่ทำได้ง่ายที่สุดครับ


ใครบ้างที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ?

แม้จะเป็นการบริหารร่างกายที่นุ่มนวล แต่ก็มีข้อควรระวังสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางประการครับ:


ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ: อย่างที่หมอย้ำไปครับว่า ควรหลีกเลี่ยงวิธี “กลั้นหายใจ” ขณะออกแรงโดยเด็ดขาด ให้ปรับเป็นการขยับร่างกายพร้อมกับการหายใจเข้าออกอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติแทนครับ


ผู้ที่มีปัญหาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หรือกระดูกสันหลังเสื่อม: ควรหลีกเลี่ยงท่าที่มีการก้มโค้งหลัง เอี้ยวตัว หรือบิดกระดูกสันหลังอย่างรุนแรง หากทำท่าใดแล้วมีอาการ "ปวดร้าวลงขา" หรือ "ชาปลายมือปลายเท้า" มากขึ้น ต้องหยุดทำทันที และควรปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูก่อนทำท่าบริหารครับ


ผู้ที่มีอาการปวดข้อ หรือข้ออักเสบเฉียบพลัน (มีอาการปวด บวม แดง ร้อน): ควรงดการดัดหรือยืดกล้ามเนื้อบริเวณนั้นไปก่อน เพราะการดึงรั้งอาจกระตุ้นให้อักเสบมากขึ้น ให้พักการใช้งานและดูแลเบื้องต้นตามคำแนะนำของแพทย์ครับ


หมอธีสรุปให้

- ฤๅษีดัดตน เป็นภูมิปัญญาไทยที่ใช้หลักการเกร็งและยืดกล้ามเนื้อ ผสานกับการกำหนดลมหายใจ เปรียบเสมือนการ "บีบและคลายฟองน้ำ" เพื่อระบายของเสียออกจากกล้ามเนื้อ

- มีส่วนช่วยรักษาระดับความยืดหยุ่นของข้อต่อ คลายจุดที่หดเกร็ง และส่งเสริมการไหลเวียนเลือด

- ข้อปฏิบัติที่สำคัญที่สุดคือ "ยืดแค่พอตึง ไม่ดัดจนเจ็บ" และ "หลีกเลี่ยงการกลั้นหายใจ" ขณะบริหารร่างกาย

- เพื่อความเหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ สามารถนำท่าพื้นฐานอย่าง ท่าแก้เกียจ หรือท่าดัดคอ มาดัดแปลงให้นั่งทำบนเก้าอี้ที่มั่นคงได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการหกล้ม


หากมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง ข้ออักเสบ หรือความดันโลหิตสูง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มทำท่าบริหารครับ


ชวนพูดคุย:

ปกติแล้วเวลาคุณพ่อคุณแม่หรือผู้สูงอายุที่บ้านบ่นปวดเมื่อย แต่ละท่านมีวิธีช่วยบรรเทาอาการให้ท่านยังไงบ้างครับ? ชอบให้ลูกหลานนวดให้ หรือทำท่าบริหารแบบไหน ลองนำท่าแก้เกียจบนเก้าอี้ที่หมอแนะนำในวันนี้ ไปชวนท่านทำตามดูนะครับ แล้วมาคอมเมนต์เล่าให้ฟังบ้างว่าท่านทำแล้วรู้สึกเบาสบายตัวขึ้นไหม?


ด้วยความปรารถนาดี

หมอธี มีเรื่องเล่า


หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการตรวจ วินิจฉัย หรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคลได้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่เหมาะสมหากต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง


เอกสารอ้างอิง

- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข. (2021). คู่มือการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.

- American College of Sports Medicine (ACSM). (2021). ACSM's Guidelines for Exercise Testing and Prescription (11th ed.). Lippincott Williams & Wilkins.


#หมอธีมีเรื่องเล่า #ฤๅษีดัดตน #คลายปวดเมื่อย #ท่ายืดกล้ามเนื้อ #บริหารร่างกายวัยเก๋า #ปวดคอบ่าไหล่ #แพทย์แผนไทย #ดูแลผู้สูงอายุ #สุขภาพวัยเก๋า #HealthEducation

Comments


bottom of page