ภาวะสมองเสื่อมคืออะไร และมีสาเหตุมาจากอะไร?

“ลืมบ่อยขึ้น” ไม่ได้แปลว่าเป็นสมองเสื่อมเสมอไป แต่บางความเปลี่ยนแปลงก็ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องของวัย
“หมอครับ คุณพ่อช่วงนี้ถามคำถามเดิมซ้ำๆ จ่ายค่าน้ำค่าไฟผิดบ่อย ทั้งที่เมื่อก่อนจัดการเองทั้งหมด บางครั้งเดินไปหน้าปากซอยแล้วนึกทางกลับบ้านไม่ออก แบบนี้เรียกว่าสมองเสื่อมหรือยังครับ?”
เป็นคำถามที่หลายครอบครัวกังวลครับ เพราะเมื่อพูดถึง “สมองเสื่อม” คนส่วนใหญ่มักนึกถึงอาการหลงลืมก่อน
แต่ในทางการแพทย์ ภาวะสมองเสื่อม หรือ Dementia ไม่ได้หมายถึงความจำไม่ดีเพียงอย่างเดียว และไม่ใช่ชื่อของโรคโรคเดียว แต่เป็นภาวะที่ความสามารถของสมองด้านหนึ่งหรือหลายด้านลดลงมากพอที่จะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ความจำ การคิด การวางแผน ภาษา การตัดสินใจ การรับรู้ตำแหน่งและทิศทาง รวมถึงพฤติกรรมและอารมณ์ โดยสามารถเกิดจากโรคหรือความผิดปกติของสมองได้หลายชนิด (WHO, 2026; NIA, 2026) World Health Organization
ประเด็นสำคัญที่หมออยากให้จำไว้ก่อนเลยคือ
สมองเสื่อมพบมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น แต่ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนต้องเป็นเมื่อแก่ครับ (WHO, 2026) World Health Organization
ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ?
องค์การอนามัยโลกระบุว่าในปี 2021 มีประชากรทั่วโลกราว 57 ล้านคน ที่มีภาวะสมองเสื่อม และมีผู้ป่วยรายใหม่เกือบ 10 ล้านคนต่อปี มากกว่า 60% อาศัยอยู่ในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง (WHO, 2026) World Health Organization
ภาวะนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะเรื่องความจำ แต่สามารถค่อยๆ กระทบการใช้เงิน การกินยา การทำอาหาร การเดินทาง การสื่อสาร ความปลอดภัย และความสามารถในการดูแลตัวเอง รวมถึงเพิ่มภาระของครอบครัวและผู้ดูแลด้วย
ในประเทศไทย สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ มีแนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อมสำหรับใช้ประกอบการประเมิน วินิจฉัย และดูแลตามบริบทของระบบสุขภาพไทย โดยย้ำว่าการประเมินต้องพิจารณาหลายด้าน ไม่ใช่อาศัยอาการหลงลืมเพียงอย่างเดียว (สถาบันประสาทวิทยา, 2564) CPG e-Library
หมอธีเล่าให้ฟัง: สมองเสื่อมไม่ใช่ชื่อโรค แต่เป็น “ปลายทางของความเสียหายในสมองหลายแบบ”
ลองนึกว่าสมองเป็นศูนย์ควบคุมของชีวิตประจำวันครับ
บางส่วนดูแลความจำ บางส่วนดูแลภาษา บางส่วนวางแผนและแก้ปัญหา บางส่วนควบคุมอารมณ์ พฤติกรรม หรือการรับรู้พื้นที่
ถ้าโรคหรือความเสียหายค่อยๆ กระทบเครือข่ายเหล่านี้มากขึ้น ความสามารถที่เคยทำได้ก็อาจลดลงตามตำแหน่งและชนิดของโรค
เพราะเหตุนี้ คนสองคนที่มีภาวะสมองเสื่อมจึงอาจเริ่มต้นต่างกันมาก คนหนึ่งเริ่มลืมเหตุการณ์ใหม่ อีกคนอาจเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรม อีกคนเดินช้าลง เห็นภาพที่ผู้อื่นไม่เห็น หรือวางแผนเรื่องง่ายๆ ไม่ได้
คำว่า Dementia จึงเป็นชื่อของกลุ่มอาการ ส่วนโรคที่อยู่เบื้องหลังมีหลายชนิดครับ
สาเหตุสำคัญของภาวะสมองเสื่อมมีอะไรบ้าง?
1. โรคอัลไซเมอร์ — สาเหตุที่พบบ่อย
Alzheimer's disease เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของภาวะสมองเสื่อม และ WHO ประเมินว่าอาจเกี่ยวข้องกับประมาณ 60–70% ของผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม (WHO, 2026) World Health Organization
โรคนี้มีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ประสาทและเครือข่ายสมองอย่างต่อเนื่อง โดยลักษณะทางพยาธิวิทยาที่สำคัญเกี่ยวข้องกับการสะสมของโปรตีน beta-amyloid และ tau รวมถึงกระบวนการอักเสบและความผิดปกติอื่นภายในสมอง อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถชี้ได้ว่าสาเหตุเริ่มต้นมาจากปัจจัยเดียว แต่เชื่อว่าเป็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างอายุ พันธุกรรม สุขภาพ และปัจจัยแวดล้อมหลายด้าน (NIA, 2024) NIA
อาการระยะแรกมักเด่นเรื่องการเรียนรู้และจดจำข้อมูลใหม่ แต่เมื่อโรคดำเนินต่อไป ภาษา การคิด การตัดสินใจ และกิจวัตรประจำวันก็สามารถได้รับผลกระทบครับ
2. ภาวะสมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมอง
Vascular dementia เกิดจากความเสียหายของหลอดเลือดสมองหรือการไหลเวียนเลือดและออกซิเจนไปยังสมองถูกรบกวน เช่น จากโรคหลอดเลือดสมองหรือโรคหลอดเลือดสมองขนาดเล็ก (NIA, 2026) NIA
ผู้ป่วยบางคนไม่ได้เริ่มจาก “จำไม่ได้” เป็นหลัก แต่อาจเห็นเรื่องการวางแผน การคิดเป็นขั้นตอน สมาธิ หรือความเร็วในการคิดลดลงก่อน
สุขภาพของหลอดเลือดจึงมีความสัมพันธ์กับสุขภาพสมองอย่างมาก ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง และปัญหาหลอดเลือดอื่นเป็นทั้งโรคที่ต้องดูแลโดยตรงและเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเสี่ยงทางสมองครับ (NIA, 2026) NIA
3. Dementia with Lewy bodies
ภาวะนี้สัมพันธ์กับการสะสมผิดปกติของโปรตีน alpha-synuclein ที่เรียกว่า Lewy bodies ในสมอง
ลักษณะที่พบได้ ได้แก่ การคิดหรือความตื่นตัวขึ้นๆ ลงๆ เห็นภาพที่ไม่มีอยู่จริงตั้งแต่ระยะแรก ปัญหาด้านการรับรู้ภาพและพื้นที่ มีอาการคล้ายพาร์กินสัน เช่น เคลื่อนไหวช้า ตัวแข็ง หรือเดินผิดปกติ และอาจมี REM sleep behavior disorder คือมีการพูด ตะโกน หรือขยับแขนขาตามความฝันขณะหลับ (NIA, 2026) NIA
ดังนั้นคนที่มีภาวะสมองเสื่อมไม่ได้จำเป็นต้องมี “ความจำเสื่อม” เป็นอาการนำทุกคนครับ
4. Frontotemporal dementia — สมองส่วนหน้าและด้านข้างเสื่อม
Frontotemporal dementia หรือ FTD เกี่ยวข้องกับความเสียหายของเซลล์ประสาทบริเวณ frontal และ temporal lobes
ผู้ป่วยบางรายจึงเริ่มจาก พฤติกรรม บุคลิกภาพ การควบคุมตนเอง หรือภาษาเปลี่ยน มากกว่าปัญหาความจำ และโรคกลุ่มนี้สามารถเกิดในคนอายุน้อยกว่าภาวะสมองเสื่อมชนิดอื่นได้ (NIA, 2026; กรมการแพทย์, 2568) NIA
ความผิดปกติทางพยาธิวิทยาอาจสัมพันธ์กับโปรตีนหลายชนิด เช่น tau และ TDP-43 และบางครอบครัวมีปัจจัยทางพันธุกรรมร่วมด้วย (NIA, 2026) NIA
5. Mixed dementia — มากกว่าหนึ่งโรคเกิดร่วมกัน
ในชีวิตจริง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุมาก เราอาจไม่ได้พบสาเหตุชนิดเดียวอย่างชัดเจนครับ
การเปลี่ยนแปลงจาก Alzheimer’s สามารถเกิดร่วมกับโรคหลอดเลือดสมองหรือ Lewy bodies ได้ เรียกว่า mixed dementia หลักฐานจากงานพยาธิวิทยาพบว่าการมีความผิดปกติหลายชนิดร่วมกันพบได้ไม่น้อยในผู้สูงอายุ (NIA, 2026) NIA
นี่เป็นอีกเหตุผลว่าทำไมการประเมินคนจริงจึงซับซ้อนกว่าการจับคู่ “อาการหนึ่งอาการ = โรคหนึ่งโรค”
แล้วอายุเป็น “สาเหตุ” หรือไม่?
อายุเป็น ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ แต่ไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมดครับ
ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นชัดเจนตามอายุ แต่ WHO ยืนยันว่าภาวะสมองเสื่อมไม่ใช่ผลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการสูงวัย และยังมีภาวะสมองเสื่อมที่เริ่มก่อนอายุ 65 ปี ซึ่ง WHO ประเมินว่าอาจคิดเป็นได้ถึงประมาณ 9% ของกรณีทั้งหมด (WHO, 2026) World Health Organization
สำหรับโรคอัลไซเมอร์ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เกิดจาก “ยีนตัวเดียว” แต่เป็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างอายุ ความไวทางพันธุกรรม สุขภาพหลอดเลือด และปัจจัยสิ่งแวดล้อมหรือพฤติกรรม ขณะที่การกลายพันธุ์ของยีนบางชนิดที่ก่อโรคโดยตรงพบได้น้อยและมักสัมพันธ์กับโรคที่เริ่มอายุน้อย (NIA, 2024) NIA
แต่มีเรื่องสำคัญมาก: “ความจำแย่” ไม่ได้แปลว่าเป็นสมองเสื่อมเสมอไป
ถ้าคุณแม่เริ่มลืมมากขึ้น เราไม่ควรรีบติดป้ายว่าเป็น Alzheimer’s ครับ
ความจำและความคิดสามารถแย่ลงได้จากหลายภาวะ เช่น
- ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
- ภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวล
- การติดเชื้อและภาวะสับสนเฉียบพลัน หรือ delirium
- ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ไต หรือตับ
- การขาดวิตามินบี 12 หรือสารอาหารบางชนิด
- ปัญหาการนอน
- การใช้แอลกอฮอล์หรือสารอื่น
- เนื้องอก เลือดคั่ง หรือโรคบางชนิดในสมอง
ภาวะเหล่านี้บางอย่างสามารถรักษาหรือปรับปรุงได้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ที่เริ่มมีความจำหรือพฤติกรรมเปลี่ยนควรได้รับการประเมินอย่างเป็นระบบก่อนสรุปว่าเป็นภาวะสมองเสื่อม (NIA, 2026; NICE, 2018) NIA
โดยเฉพาะหาก สับสนขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน ต้องคิดถึง delirium และโรคทางกายก่อน ไม่ควรคิดว่าเป็นสมองเสื่อมตามวัยครับ
“ลืมตามวัย” กับ “สมองเสื่อม” ต่างกันตรงไหน?
ผู้สูงอายุที่สุขภาพสมองปกติอาจเดินไปหยิบของแล้วลืมว่ามาทำอะไร หาชื่อคนไม่ออกชั่วคราว หรือนึกข้อมูลช้าลงได้
แต่เมื่อเริ่มเกิดเหตุการณ์ เช่น
- จ่ายบิลหรือจัดการเงินที่เคยทำได้ไม่ได้
- หลงในเส้นทางคุ้นเคย
- ถามเรื่องเดิมซ้ำหลายครั้งโดยจำไม่ได้ว่าเคยถาม
- ทำอาหารหรือใช้เครื่องใช้เดิมไม่ได้
- มีปัญหาสนทนาอย่างต่อเนื่อง
- ตัดสินใจผิดปกติบ่อยขึ้น
- บุคลิกหรือพฤติกรรมเปลี่ยนชัดเจน
โดยเฉพาะเมื่อกระทบความเป็นอิสระในการใช้ชีวิต ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม (NIA, 2026) NIA
หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “ลืมหรือไม่ลืม” แต่คือ
“การเปลี่ยนแปลงนั้นมากกว่าที่คาดตามวัย และเริ่มรบกวนชีวิตประจำวันหรือยัง?”
แพทย์วินิจฉัยอย่างไร?
การวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อมไม่ได้อาศัยการทำแบบทดสอบความจำครั้งเดียว และไม่ได้วินิจฉัยจากภาพ CT หรือ MRI เพียงอย่างเดียวครับ
แนวทาง NICE แนะนำให้ประเมินประวัติด้านความจำ การคิด พฤติกรรมและผลกระทบต่อชีวิตจากทั้งผู้รับการประเมินและคนใกล้ชิด ร่วมกับการตรวจร่างกาย การทดสอบการรู้คิด และการตรวจทางห้องปฏิบัติการตามความเหมาะสมเพื่อค้นหาสาเหตุอื่นที่อาจแก้ไขได้ หากยังสงสัยจึงประเมินต่อเพื่อจำแนกชนิดของภาวะสมองเสื่อม และพิจารณาภาพสมองหรือการตรวจเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้ (NICE, 2018) NICE
ที่สำคัญ NICE ระบุว่า ไม่ควรตัดภาวะสมองเสื่อมออกเพียงเพราะคะแนนแบบทดสอบคัดกรองครั้งหนึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะต้องดูประวัติและการทำงานในชีวิตจริงร่วมกันด้วย NICE
แล้วเราป้องกันสมองเสื่อมได้ไหม?
ตรงนี้หมออยากใช้คำอย่างระมัดระวังครับ
เราไม่สามารถรับประกันได้ว่าคนที่ออกกำลังกายดี กินดี หรือควบคุมโรคประจำตัวแล้วจะไม่เกิดภาวะสมองเสื่อม
แต่หลักฐานปัจจุบันสนับสนุนอย่างมากว่า ความเสี่ยงส่วนหนึ่งสามารถปรับลดได้ตลอดช่วงชีวิต
Lancet Commission ปี 2024 ประเมินว่า หากจัดการปัจจัยเสี่ยงที่สามารถปรับได้ 14 ปัจจัยอย่างเหมาะสม ภาวะสมองเสื่อมในระดับประชากรประมาณ 45% อาจมีโอกาสป้องกันหรือชะลอได้ ตัวเลขนี้เป็นการประมาณระดับประชากร ไม่ใช่การบอกว่าบุคคลหนึ่งจะลดความเสี่ยงได้ 45% ครับ (Livingston et al., 2024) PubMed
ปัจจัยเหล่านี้ครอบคลุมทั้งการศึกษาในช่วงต้นชีวิต การสูญเสียการได้ยินและการมองเห็น ความดันโลหิตสูง LDL cholesterol สูง โรคอ้วน เบาหวาน การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์มาก การไม่ค่อยเคลื่อนไหว ภาวะซึมเศร้า การบาดเจ็บศีรษะ การแยกตัวทางสังคม และมลพิษทางอากาศ (Livingston et al., 2024) University College London
WHO จึงออกแนวทางลดความเสี่ยงฉบับปรับปรุงในปี 2026 โดยเน้นการมีกิจกรรมทางกาย เลิกบุหรี่ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย รับประทานอาหารสมดุล ดูแลน้ำหนัก ความดัน น้ำตาลและไขมัน ดูแลการได้ยิน ตลอดจนการมีส่วนร่วมทางสังคมและกิจกรรมทางความคิดตามความเหมาะสม (WHO, 2026) World Health Organization
นี่คือแนวคิดที่หมอชอบครับ
เราเปลี่ยนอายุหรือพันธุกรรมไม่ได้ แต่ยังมีหลายเรื่องที่ดูแลได้ตั้งแต่วันนี้
แล้วเราทำอะไรได้บ้าง?
การดูแลสุขภาพสมองไม่จำเป็นต้องเริ่มจากกิจกรรมซับซ้อนครับ ลองให้ความสำคัญกับเรื่องพื้นฐานที่มีประโยชน์ต่อทั้งสมอง หัวใจ และสุขภาพโดยรวม ได้แก่
1. มีกิจกรรมทางกายสม่ำเสมอตามสมรรถภาพ
2. ไม่สูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ในระดับที่เป็นอันตราย
3. ติดตามความดันโลหิต เบาหวาน และไขมันในเลือดอย่างเหมาะสม
4. ดูแลการได้ยินและการมองเห็น ไม่ปล่อยปัญหานานโดยไม่ได้รับการประเมิน
5. รักษาความสัมพันธ์กับครอบครัว เพื่อน และสังคม
6. ใช้สมองเรียนรู้สิ่งใหม่ อ่าน พูดคุย ทำงานอดิเรก หรือทำกิจกรรมที่มีความหมาย
7. หากมีภาวะซึมเศร้า ปัญหาการนอน หรือโรคเรื้อรัง ควรได้รับการประเมินและดูแลตามความเหมาะสม (WHO, 2026; Livingston et al., 2024) World Health Organization
สิ่งเหล่านี้เป็นการลดความเสี่ยงและส่งเสริมสุขภาพสมอง ไม่ใช่การทดแทนการตรวจรักษาเมื่อมีอาการครับ
เมื่อใดควรพาไปพบแพทย์?
หากตัวเราเองหรือคนในครอบครัวเริ่มมีความจำ ภาษา การวางแผน การตัดสินใจ พฤติกรรม หรือบุคลิกเปลี่ยนจากเดิม และความเปลี่ยนแปลงนั้นเริ่มรบกวนงาน การเงิน การเดินทาง การกินยา หรือการดูแลตัวเอง ก็ควรได้รับการประเมิน
ไม่จำเป็นต้องรอจนจำลูกหลานไม่ได้ก่อนครับ
การประเมินเร็วมีประโยชน์เพราะอาจพบสาเหตุที่สามารถรักษาหรือแก้ไขได้ และหากเป็นโรคที่ดำเนินต่อเนื่องจริง ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีเวลาวางแผนเรื่องสุขภาพ ความปลอดภัย การใช้ชีวิต และการดูแลในอนาคต (NIA, 2026; NICE, 2018) NIA
หมอธีสรุปให้
- ภาวะสมองเสื่อมไม่ใช่ชื่อของโรคโรคเดียว แต่เป็นกลุ่มอาการจากโรคหรือความเสียหายของสมองหลายชนิด
- อัลไซเมอร์เป็นสาเหตุที่พบบ่อย แต่ยังมี vascular dementia, Lewy body dementia, frontotemporal dementia และภาวะที่มีหลายพยาธิสภาพร่วมกัน
- สมองเสื่อมไม่ได้หมายถึงความจำเสียเพียงอย่างเดียว พฤติกรรม ภาษา การตัดสินใจ การวางแผน และความสามารถในการใช้ชีวิตก็สามารถเปลี่ยนได้
- อายุเพิ่มความเสี่ยง แต่สมองเสื่อมไม่ใช่ส่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการสูงวัย
- ความจำแย่ลงอาจเกิดจากยา ภาวะซึมเศร้า การติดเชื้อ ปัญหาการนอน ความผิดปกติทางเมตาบอลิซึม หรือภาวะอื่นที่สามารถดูแลได้ จึงไม่ควรวินิจฉัยด้วยตัวเอง
- การดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด การมีกิจกรรมทางกาย การไม่สูบบุหรี่ การดูแลการได้ยินและการมองเห็น และการคงความสัมพันธ์ทางสังคม อาจช่วยลดความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมได้บางส่วน แต่ไม่มีวิธีใดรับรองว่าจะป้องกันได้ทุกกรณี
และสิ่งหนึ่งที่หมออยากฝากไว้ครับ
อย่ารีบเรียกผู้สูงอายุที่จำอะไรผิดพลาดว่า “สมองเสื่อม”
แต่ก็อย่าปล่อยความเปลี่ยนแปลงที่กระทบชีวิตผ่านไปด้วยคำว่า “แก่แล้วก็เป็นแบบนี้”
สองประโยคนี้ต่างกันมากในชีวิตจริงครับ
ชวนพูดคุย
ก่อนอ่านบทความนี้ ทุกคนเข้าใจว่า “สมองเสื่อม” กับ “อัลไซเมอร์” เป็นเรื่องเดียวกันหรือเปล่าครับ?
และมีเรื่องเกี่ยวกับความจำของผู้สูงอายุหัวข้อไหนที่อยากให้หมอธีเล่าต่อ เช่น ลืมแบบไหนเป็นเรื่องตามวัย ลืมแบบไหนควรตรวจ หรือ วิธีลดความเสี่ยงสมองเสื่อมในชีวิตประจำวัน ลองมาแบ่งปันหัวข้อกันได้ครับ
ด้วยความปรารถนาดี
หมอธี มีเรื่องเล่า
หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์
เอกสารอ้างอิง
1. World Health Organization. Dementia [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2026 Jul 3 [cited 2026 Oct 18]. World Health Organization
2. World Health Organization. Risk reduction of cognitive decline and dementia: WHO guidelines. 2nd ed. Geneva: World Health Organization; 2026. World Health Organization
3. อารดา โรจนอุดมศาสตร์, เจษฎา เขียวขจี, บรรณาธิการ. แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่อม. กรุงเทพฯ: สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข; 2564. CPG e-Library
4. National Institute on Aging. What is dementia? Symptoms, types, and diagnosis [Internet]. Bethesda (MD): National Institutes of Health [cited 2026 Oct 18]. NIA
5. National Institute on Aging. What causes Alzheimer's disease? [Internet]. Bethesda (MD): National Institutes of Health; reviewed 2024 Jul 2 [cited 2026 Oct 18]. NIA
6. National Institute on Aging. Assessing cognitive impairment in older patients [Internet]. Bethesda (MD): National Institutes of Health [cited 2026 Oct 18]. NIA
7. National Institute for Health and Care Excellence. Dementia: assessment, management and support for people living with dementia and their carers. NICE guideline NG97. London: NICE; 2018. NICE
8. Livingston G, Huntley J, Liu KY, Costafreda SG, Selbæk G, Alladi S, et al. Dementia prevention, intervention, and care: 2024 report of the Lancet standing Commission. Lancet. 2024;404(10452):572-628. doi:10.1016/S0140-6736(24)01296-0. PubMed
#หมอธีมีเรื่องเล่า #ภาวะสมองเสื่อม #สมองเสื่อม #อัลไซเมอร์ #Alzheimers #Dementia #สุขภาพสมอง #ผู้สูงอายุ #ดูแลผู้สูงอายุ #ความจำ #ป้องกันสมองเสื่อม #HealthyAging #BrainHealth #สังคมสูงวัย #HealthEducation



Comments