top of page

สัญญาณอันตรายที่ไม่ได้มีแค่เจ็บหน้าอก... ถอดรหัส “สัญญาณเตือนโรคหัวใจที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม”

หมอธี มีเรื่องเล่า
Jul 15
2 min read

สวัสดีครับแฟนเพจทุกท่าน กลับมาพบกับ “หมอธี มีเรื่องเล่า” กันอีกครั้งนะครับ วันก่อนตอนหมอออกไปเดินออกกำลังกายรับลมเย็น ๆ ยามเช้าแถวริมน้ำแม่กลอง หมอสังเกตเห็นผู้ใหญ่หลายท่านมาเดินออกกำลังกายกันอย่างคึกคัก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมากในมุมของเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ครับ แต่อีกมุมหนึ่ง หมอก็แอบเป็นห่วงไม่ได้ เพราะมีบางท่านที่เดิน ๆ อยู่แล้วต้องนั่งพักบ่อย เอามือกุมหน้าอก หรือบ่นว่าจุกเสียดคล้ายจะเป็นลม


เวลาพูดถึง "โรคหัวใจกำเริบ" ภาพจำในละครที่เรามักเห็นคือ ตัวละครจะเอามือกุมหน้าอกด้านซ้ายแน่น ล้มลงไปกองกับพื้นใช่ไหมครับ? แต่ในโลกความเป็นจริง อาการของโรคหัวใจขาดเลือดไม่ได้แสดงออกแบบนั้นเสมอไปครับ มีผู้ป่วยจำนวนมากที่สูญเสียโอกาสในการรักษาอย่างทันท่วงที เพียงเพราะ "ตีความอาการผิด" ไปคิดว่าเป็นโรคอื่นที่ไม่อันตราย


วันนี้ หมอจะพาทุกท่านไปถอดรหัสสัญญาณเตือนเล็ก ๆ จากร่างกาย ที่อาจเป็นเสียงกระซิบเตือนภัยจาก "หัวใจ" ที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามกันครับ


1. อาการจุกแน่นลิ้นปี่ ที่ไม่ใช่ "กรดไหลย้อน" หรือ "โรคกระเพาะ"

นี่คืออาการหลอกลวงระดับคลาสสิกที่ทำให้หลายคนไปโรงพยาบาลไม่ทันครับ! บางครั้งผู้ป่วยจะมีอาการจุกแน่น แสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ คลื่นไส้ อาเจียน หรือเรอไม่ออก ซึ่งดูคล้ายกับอาการอาหารเป็นพิษหรือกรดไหลย้อนมาก ๆ

ในทางการแพทย์ อาการนี้มักพบในภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันบริเวณผนังด้านล่าง (Inferior wall Myocardial Infarction) ซึ่งเส้นประสาทรับความรู้สึกบริเวณนั้นอยู่ใกล้กับกระเพาะอาหาร สมองจึงแปลผลความเจ็บปวดผิดพลาดครับ (O'Gara et al., 2013) จุดสังเกตคือ หากจุกแน่นร่วมกับเหงื่อแตกพลั่ก หน้าซีด หรือเป็นหลังออกแรง ให้สงสัยหัวใจไว้ก่อนเสมอครับ


2. ปวดร้าวไปที่กราม คอ หรือแขนซ้าย (Referred Pain)

สมองของเรามีวงจรรับความรู้สึกที่ค่อนข้างซับซ้อนครับ เมื่อกล้ามเนื้อหัวใจขาดออกซิเจน มันจะส่งสัญญาณความเจ็บปวดผ่านไขสันหลัง ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับเส้นประสาทที่รับความรู้สึกจากแขนซ้าย กราม คอ หรือแม้แต่สะบักหลัง

ทำให้ผู้ป่วยหลายรายไปพบทันตแพทย์เพราะคิดว่าปวดฟัน หรือไปนวดเพราะคิดว่าปวดเมื่อยไหล่ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ต้นตอของความเจ็บปวดมาจากหัวใจที่กำลังวิกฤต (Canto et al., 2000)


3. เหนื่อยล้าผิดปกติ หายใจไม่อิ่ม แม้ทำกิจกรรมปกติ (Unexplained Fatigue & Dyspnea)

ข้อนี้มักพบได้บ่อยในกลุ่ม "ผู้หญิง" และ "ผู้สูงอายุ" ครับ อาการอาจไม่ได้มาในรูปแบบของการเจ็บหน้าอกเลย แต่จะมาในรูปของความเหนื่อยล้าที่อธิบายไม่ได้ (Unexplained fatigue) เช่น แค่เดินไปหน้าปากซอย อาบน้ำ หรือกวาดบ้าน ก็รู้สึกเหนื่อยหอบ หายใจไม่อิ่ม เหมือนไปวิ่งมาราธอนมา หรือบางคนตื่นนอนมาก็รู้สึกหมดแรง ทั้งที่นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว อาการเหล่านี้คือสัญญาณบ่งบอกว่าหัวใจเริ่มสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่เพียงพอครับ (McSweeney et al., 2003)


หากท่านหรือคนใกล้ชิดมีอาการจุกแน่นหน้าอก ร้าวไปกรามหรือแขน เหงื่อแตก หน้าซีด หายใจหอบเหนื่อย ห้ามฝืนนอนพักอยู่บ้าน ห้ามรอให้ไข้ลด ห้ามประวิงเวลาไปกวาดบ้าน หรือห้ามทดลองกินยาสมุนไพร/ยาแก้โรคกระเพาะเพื่อรอดูอาการเด็ดขาด ให้ท่านตั้งสติ ให้นั่งพักนิ่ง ๆ และ รีบโทรสายด่วน 1669 ทันที เพื่อเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินมารับ การเดินทางไปโรงพยาบาลด้วยรถพยาบาลมีอุปกรณ์กู้ชีพพร้อมกว่าการขับรถไปเองครับ ทุกนาทีที่ผ่านไปคือกล้ามเนื้อหัวใจที่ตายลง (Time is Muscle) การถึงมือแพทย์ให้เร็วที่สุดคือหนทางรอดชีวิตที่ดีที่สุดครับ


🩺 บทสรุปจากหมอธี

"หัวใจ" ทำงานหนักเพื่อเราตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เคยมีวันหยุดครับ บางครั้งเมื่อเขาเริ่มเหนื่อยล้า เขาอาจไม่ได้ตะโกนบอกเราดัง ๆ แต่อาจจะกระซิบเตือนผ่านอาการปวดเมื่อยแปลก ๆ ความเหนื่อยล้าที่อธิบายไม่ได้ หรืออาการจุกเสียดที่ดูเหมือนไม่มีอะไร การหมั่นสังเกตร่างกายตัวเอง การตรวจสุขภาพประจำปี และการดูแลตัวเองด้วยหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต (ทานอาหารที่มีประโยชน์ เคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอ และจัดการความเครียด) คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด อย่ารอให้หัวใจต้องหยุดเต้น แล้วค่อยหันมาดูแลเขาเลยนะครับ


💬 ชวนลูกเพจคุย

อ่านมาถึงตรงนี้ แฟนเพจเคยมีประสบการณ์ตรง หรือมีคนรู้จักที่เคยมีอาการปวดร้าวไปที่กราม แขน หรือจุกลิ้นปี่ แล้วมารู้ทีหลังว่าเป็นโรคหัวใจไหมครับ? ตอนนั้นคิดว่าเป็นโรคอะไรกันบ้าง แล้วจัดการกับสถานการณ์นั้นอย่างไร?


หรือใครที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพหัวใจ การปรับพฤติกรรมการกิน แวะมาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ที่ใต้คอมเมนต์นี้เลย หรือจะเข้าไปตั้งกระทู้คุยกันแบบเจาะลึกในกลุ่ม "คลับคนรักสุขภาพและสมดุลชีวิต by หมอธี เรื่องเล่า" ก็ได้เช่นกันครับ หมอรออ่านและพร้อมให้คำแนะนำเบื้องต้นเพื่อเป็นแนวทางให้กับทุกท่านอยู่เสมอนะครับ!


ด้วยความปรารถนาดี

หมอธี มีเรื่องเล่า

(นพ.ธีรภัทร์ แสงวณิช ว.41031)


หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์


เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ:

- Canto, J. G., Shlipak, M. G., Rogers, W. J., Malmgren, J. A., Frederick, P. D., Lambrew, C. T., ... & Kiefe, C. I. (2000). Prevalence, clinical characteristics, and mortality among patients with myocardial infarction presenting without chest pain. JAMA, 283(24), 3223-3229.

- McSweeney, J. C., Cody, M., O'sullivan, P., Elberson, K., Moser, D. K., & Garvin, B. J. (2003). Women's early warning symptoms of acute myocardial infarction. Circulation, 108(21), 2619-2623.

- O'Gara, P. T., Kushner, F. G., Ascheim, D. D., Casey, D. E., Chung, M. K., de Lemos, J. A., ... & Zhao, D. X. (2013). 2013 ACCF/AHA guideline for the management of ST-elevation myocardial infarction: a report of the American College of Cardiology Foundation/American Heart Association Task Force on Practice Guidelines. Journal of the American College of Cardiology, 61(4), e78-e140.


#หมอธีมีเรื่องเล่า #สัญญาณเตือนโรคหัวใจ #โรคหัวใจกำเริบ #เจ็บหน้าอก #จุกแน่นลิ้นปี่ #เวชศาสตร์วิถีชีวิต #ดูแลสุขภาพหัวใจ #โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง #สุขภาพผู้สูงอายุ #สายด่วน1669 #ป้องกันโรคหัวใจ #คลับคนรักสุขภาพ

Comments


bottom of page