
5 ผักพื้นบ้านไทย หากินง่าย คุณค่าทางสารอาหารสูง
- หมอธี มีเรื่องเล่า
- Feb 19
- 1 min read

สวัสดีครับทุกคน วันนี้หมอธีอยากมาชวนคุยเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป นั่นก็คือเรื่องของ "อาหารการกิน" ในชีวิตประจำวันของเราครับ
เมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพ หลายคนมักจะนึกถึงวิตามินเสริมหรืออาหารนำเข้าที่ราคาค่อนข้างสูง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภูมิปัญญาและธรรมชาติในบ้านเราได้มอบวัตถุดิบชั้นยอดเอาไว้ให้แล้วครับ ประเทศไทยเรามี "ผักพื้นบ้าน" มากมายที่หาทานได้ง่าย ปลูกเองก็โตไว แถมยังมีคุณค่าทางโภชนาการที่สูงมาก วันนี้หมอธีจึงคัดสรร 5 ผักพื้นบ้านไทย ที่มีข้อมูลทางวิชาการรองรับมาเล่าให้ทุกคนฟังครับ
5 ผักพื้นบ้านไทย หากินง่าย คุณค่าทางสารอาหารสูง
1. ตำลึง (Ivy Gourd)
เริ่มต้นกันที่ผักริมรั้วยอดฮิตอย่างตำลึงครับ ตำลึงไม่ได้มีดีแค่ใส่ในต้มจืดให้เด็กๆ ทาน แต่ยังเป็นแหล่งของวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนที่สูงมาก ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมในรูปแบบที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดี ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงกระดูกและฟัน [1]
2. มะรุม (Moringa)
มะรุมจัดเป็นพืชที่ได้รับความสนใจอย่างมากในแวดวงโภชนาการ ใบมะรุมสดอุดมไปด้วยวิตามินซี แคลเซียม เหล็ก และมีโปรตีนในปริมาณที่น่าสนใจสำหรับพืช นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิด เช่น เควอซิทิน (Quercetin) และกรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic acid) ที่มีรายงานวิชาการว่าอาจมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากความเสื่อมของเซลล์ [2]
3. ใบเหลียง (Baegu)
ใบเหลียง หรือที่หลายคนยกให้เป็น "ราชินีผักพื้นบ้านภาคใต้" เมนูยอดฮิตอย่างใบเหลียงผัดไข่ไม่ได้มีแค่ความอร่อยครับ ข้อมูลทางโภชนาการพบว่าใบเหลียงมีเบต้าแคโรทีนสูงกว่าผักบุ้งจีนหลายเท่าตัว ซึ่งเบต้าแคโรทีนนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ช่วยบำรุงเซลล์ประสาทตา และยังมีใยอาหารสูงที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ [3]
4. ผักเชียงดา (Gymnema)
มาดูทางภาคเหนือกันบ้างครับ "ผักเชียงดา" ถือเป็นผักที่มีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าสารสกัดจากใบเชียงดามีสารกลุ่ม Triterpene saponins ที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งการดูดซึมน้ำตาลบางส่วนที่ลำไส้เล็ก และอาจมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด (ทั้งนี้ ไม่สามารถใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันในการรักษาโรคเบาหวานได้นะครับ) [4]
5. ขี้เหล็ก (Cassia)
แกงขี้เหล็กเป็นเมนูที่ผู้ใหญ่มักบอกว่าทานแล้วจะหลับสบาย ซึ่งเป็นความจริงที่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ครับ ใบและดอกขี้เหล็กมีสารประกอบที่ชื่อว่า บาราคอล (Barakol) ซึ่งมีฤทธิ์ระงับประสาทอ่อนๆ ช่วยคลายความกังวลและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม การนำขี้เหล็กมาประกอบอาหารจะต้องต้มน้ำทิ้งก่อนอย่างน้อย 1-2 ครั้ง เพื่อลดความเข้มข้นของสารประกอบบางชนิดที่อาจเป็นภาระต่อการทำงานของตับครับ [5]
บทสรุปจากหมอธี
ผักพื้นบ้านไทยทั้ง 5 ชนิดนี้ เป็นเพียงตัวอย่างของขุมทรัพย์ทางโภชนาการที่เราหาได้ง่ายๆ ในท้องถิ่นครับ การรับประทานอาหารที่หลากหลาย เน้นผักผลไม้ตามฤดูกาล และปรุงสุกอย่างถูกสุขลักษณะ คือหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ อาหารและพืชผักต่างๆ มีสถานะเป็น "อาหาร" ที่ช่วยเสริมสร้างและรักษาสมดุลของร่างกาย ไม่ใช่ "ยา" ที่จะใช้เพื่อรักษาโรคใดโรคหนึ่งให้หายขาดได้ หากท่านมีโรคประจำตัว ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และสามารถทานผักเหล่านี้ควบคู่ไปในมื้ออาหารปกติเพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นครับ
ชวนลูกเพจคุย:
แล้วบ้านของทุกคนล่ะครับ ปกติชอบนำผักพื้นบ้านชนิดไหนมาทำอาหารเมนูอะไรกันบ้าง? ลองคอมเมนต์มาแบ่งปันสูตรเด็ด หรือเมนูโปรดให้หมอธีและเพื่อนๆ ในเพจฟังกันหน่อยนะครับ!
ด้วยความปรารถนาดี
หมอธี มีเรื่องเล่า
หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์
แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ
[1] สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. (2557). ตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย. นครปฐม: สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล.
[2] กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2560). คู่มือสมุนไพรเพื่อการสาธารณสุขมูลฐาน. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.
[3] สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). (2562). ผักพื้นบ้าน อาหารต้านโรคและเสริมภูมิคุ้มกัน. กรุงเทพฯ: สสส.
[4] นพมาศ สุนทรเจริญนนท์ และคณะ. (2552). ข้อมูลทางเภสัชวิทยาและพิษวิทยาของสมุนไพรไทย. กรุงเทพฯ: คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
[5] คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย. (2564). แผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.



Comments