top of page

ก้าวข้ามความกลัวในวันที่ไม่มี "เพื่อนเก่า" (เหล้า/บุหรี่)

  • หมอธี มีเรื่องเล่า
  • Feb 15
  • 1 min read

สวัสดีครับทุกคน เคยรู้สึกไหมครับว่า การจะบอกลา "เหล้า" หรือ "บุหรี่" มันยากเย็นเหลือเกิน ไม่ใช่แค่เพราะร่างกายเราต้องการมัน แต่เพราะใจเรารู้สึกเหมือนกำลังจะเสีย "เพื่อนเก่า" คนสนิทที่คอยอยู่ข้างๆ เวลาเราเครียด เหงา หรือแม้แต่เวลาสังสรรค์


ในฐานะหมอที่สนใจในเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) หมอเข้าใจความรู้สึกนี้ดีครับ การเลิกสิ่งเสพติดไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ "ใจแข็ง" หรือ "ใจเสาะ" แต่มันเป็นเรื่องของชีววิทยาในสมองและพฤติกรรมที่เราสร้างมานาน วันนี้หมออยากชวนมาทำความเข้าใจ และวางแผนรับมือกับวันที่ไม่มีเพื่อนเก่าคนนี้ ด้วยวิถีธรรมชาติที่จะช่วยให้เรายืนได้ด้วยขาของตัวเองครับ


ทำไมเราถึงกลัวการจากลา? (วิทยาศาสตร์ของสมอง)

เมื่อเราดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ สารเคมีเหล่านี้จะเข้าไปกระตุ้นการหลั่ง "โดปามีน" (Dopamine) ในสมอง ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายชั่วคราว แต่เมื่อทำบ่อยเข้า สมองจะปรับตัวและต้องการปริมาณที่มากขึ้นเพื่อให้รู้สึกเท่าเดิม เมื่อเราหยุดรับสารเหล่านี้ ระดับโดปามีนจะลดต่ำลง ทำให้เกิดอาการขาดความสุข กระวนกระวาย และเกิดความกลัว [National Institute on Drug Abuse, 2020]


ความกลัวนี้เป็นกลไกตามธรรมชาติของร่างกายครับ ไม่ใช่เพราะเราอ่อนแอ แต่เราสามารถจัดการกับมันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต 6 ด้านหลักของเวชศาสตร์วิถีชีวิต


1. โภชนาการฟื้นฟูสมอง (Nutrition)

อาหารคือยาที่สำคัญที่สุดในช่วงเลิกสารเสพติด การขาดวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินบี เป็นเรื่องปกติในผู้ดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานอาหารที่เป็นพืชพรรณธรรมชาติ (Whole Food Plant-Based) ที่อุดมด้วยธัญพืชไม่ขัดสี ผัก และผลไม้ จะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ลดอาการหงุดหงิดจากการขาดน้ำตาล และช่วยฟื้นฟูเซลล์ที่ถูกทำลาย [American College of Lifestyle Medicine, 2021]


2. การเคลื่อนไหวร่างกาย (Physical Activity)

ถ้า "เพื่อนเก่า" เคยช่วยให้เราหายเครียด "เพื่อนใหม่" ที่ชื่อว่าการออกกำลังกายจะทำหน้าที่ได้ดีกว่าและยั่งยืนกว่าครับ การออกกำลังกายระดับปานกลาง (เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ) เพียง 30 นาที สามารถกระตุ้นการหลั่งเอนดอร์ฟิน (Endorphin) และโดปามีนตามธรรมชาติ ช่วยลดความอยากบุหรี่และแอลกอฮอล์ได้อย่างมีนัยสำคัญ [Ussher et al., 2014]


3. การจัดการความเครียดและการนอนหลับ (Stress Management & Sleep)

หลายคนใช้เหล้า/บุหรี่ เพื่อหนีความเครียด หรือช่วยให้หลับ แต่ความจริงแล้ว สารเหล่านี้ทำให้คุณภาพการนอนแย่ลง การฝึกสติ (Mindfulness) หรือการหายใจลึกๆ เมื่อมีความอยากเกิดขึ้น (Urge Surfing) เป็นเทคนิคที่ช่วยให้เรา "โต้คลื่น" ความอยากไปได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเสพติด [Bowen et al., 2014] การนอนหลับที่เพียงพอ 7-9 ชั่วโมง จะช่วยให้สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการยับยั้งชั่งใจ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ


4. ความสัมพันธ์ทางสังคม (Social Connection)

การเลิกไม่ได้แปลว่าต้องอยู่คนเดียวครับ การหา "กลุ่มสนับสนุน" หรือเพื่อนที่มีเป้าหมายเดียวกัน สำคัญมาก ลองเปลี่ยนสถานที่สังสรรค์จากวงเหล้า เป็นกิจกรรมอย่างอื่น เช่น ชมรมวิ่ง กลุ่มจิตอาสา หรือการทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว ความสัมพันธ์ที่ดีจะช่วยหลั่งสารออกซิโทซิน (Oxytocin) ที่ช่วยลดความเครียดได้


บทสรุปจากหมอธี

การบอกลาเหล้าและบุหรี่ อาจดูน่ากลัวในช่วงแรกเหมือนเรากำลังเดินออกจาก Comfort Zone แต่เมื่อเราเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดูแลอาหารการกิน ขยับร่างกาย และจัดการความเครียดด้วยวิธีธรรมชาติ ร่างกายและสมองของเราจะค่อยๆ เรียนรู้ที่จะมีความสุขได้ด้วยตัวเองครับ

• เข้าใจกลไก: ความอยากเป็นเรื่องของสารเคมีในสมอง ไม่ใช่นิสัยส่วนตัวที่แก้ไม่ได้

• ปรับอาหาร: เน้นพืชผัก ลดน้ำตาล เพื่อปรับสมดุลอารมณ์

• ขยับกาย: ใช้การออกกำลังกายทดแทนโดปามีนที่หายไป

• สร้างทีม: หาเพื่อนหรือครอบครัวเป็นกำลังใจ

เส้นทางนี้อาจไม่ง่าย แต่คุ้มค่าที่จะเดินครับ หมอเชื่อมั่นในศักยภาพของการเปลี่ยนแปลงในตัวทุกคนครับ


ชวนคุย: ใครที่มีประสบการณ์หรือกำลังพยายามเลิก "เพื่อนเก่า" ทั้งสองสิ่งนี้ อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับคุณครับ? มาแชร์ประสบการณ์กันได้ในคอมเมนต์นะครับ เผื่อจะเป็นแนวทางให้เพื่อนๆ คนอื่นด้วย


ด้วยความปรารถนาดี

หมอธี มีเรื่องเล่า

หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์


เอกสารอ้างอิง:

1. National Institute on Drug Abuse. (2020). Drugs, Brains, and Behavior: The Science of Addiction.

2. American College of Lifestyle Medicine. (2021). Lifestyle Medicine Competencies.

3. Ussher, M. H., Taylor, A. H., & Faulkner, G. E. (2014). Exercise interventions for smoking cessation. Cochrane Database of Systematic Reviews.

4. Bowen, S., et al. (2014). Relative efficacy of mindfulness-based relapse prevention, standard relapse prevention, and treatment as usual for substance use disorders. JAMA Psychiatry.


#หมอธีมีเรื่องเล่า #เวชศาสตร์วิถีชีวิต #เลิกเหล้า #เลิกบุหรี่ #ดูแลสุขภาพ #ปรับพฤติกรรม #LifestyleMedicine #สุขภาพดีสร้างได้

Comments


bottom of page