top of page

ลดความเสี่ยงจากปลายเท้า... “การดูแลเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ป้องกันแผลเรื้อรัง”

หมอธี มีเรื่องเล่า
Jul 28
2 min read

สวัสดีครับแฟนเพจทุกท่าน กลับมาพบกับ “หมอธี มีเรื่องเล่า” กันอีกครั้งนะครับ เวลาที่เราพูดถึงเรื่อง “โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus)” แฟนเพจส่วนใหญ่มักจะนึกถึงเรื่องของการควบคุมระดับน้ำตาล การควบคุมอาหาร หรือการใช้ยาตามแพทย์สั่งใช่ไหมครับ


แต่แฟนเพจทราบไหมครับว่า ในมุมมองของแพทย์ มีอีกหนึ่งภาวะแทรกซ้อนที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก นั่นก็คือ “แผลเบาหวานที่เท้า (Diabetic Foot Ulcer)” ครับ สถิติทางการแพทย์ระบุว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความเสี่ยงที่จะเกิดแผลที่เท้าอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต และหลายกรณีเริ่มต้นจากรอยถลอกเพียงเล็กน้อย หรือแค่รอยรองเท้ากัดเท่านั้นครับ


ทำไมแผลขนาดเล็กถึงลุกลามเป็นแผลเรื้อรัง และเราจะมีวิธีดูแลป้องกันภาวะแทรกซ้อนนี้ได้อย่างไร? วันนี้หมอจะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจกลไกของร่างกาย และเรียนรู้วิธีการดูแลเท้าฉบับเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) กันครับ


1. พยาธิสภาพของเบาหวาน: เมื่อเส้นประสาทและหลอดเลือดได้รับผลกระทบ (Neuropathy & Ischemia)

โรคเบาหวานเปรียบเสมือนสนิมที่เกาะกินท่อประปาในร่างกายครับ เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังเป็นเวลานาน โมเลกุลของน้ำตาลจะเข้าไปส่งผลกระทบต่อระบบที่สำคัญบริเวณปลายเท้า ได้แก่:


ระบบเส้นประสาทเสื่อม (Diabetic Neuropathy): น้ำตาลในเลือดที่สูงจะส่งผลกระทบต่อปลอกหุ้มเส้นประสาท ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความรู้สึกที่ฝ่าเท้า (Loss of protective sensation) ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งครับ เพราะเมื่อท่านเดินเหยียบเศษแก้ว โดนน้ำร้อนลวก หรือรองเท้ากัด สมองจะไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้แผลถูกเสียดสีซ้ำ ๆ จนลุกลาม (Boulton et al., 2005)


หลอดเลือดส่วนปลายตีบแคบ (Peripheral Arterial Disease): ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงส่งผลให้ผนังหลอดเลือดฝอยส่วนปลายหนาตัวและตีบแคบ เมื่อเกิดแผล ร่างกายจะไม่สามารถส่งเลือดที่มีออกซิเจนและเซลล์เม็ดเลือดขาวไปซ่อมแซมแผลได้อย่างเพียงพอ แผลจึงสมานตัวได้ยาก และมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายครับ (Jude et al., 2010)


2. กฎการดูแลความสะอาด: "แห้งแต่ชุ่มชื้น" (Daily Foot Hygiene)

การดูแลเพื่อลดความเสี่ยงเริ่มต้นที่กิจวัตรประจำวันครับ

- การล้างเท้า: ผู้ป่วยเบาหวานควรล้างเท้าด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ ทุกวัน ข้อควรระวัง: ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นจัดหรือแช่น้ำร้อน เพราะผู้ป่วยอาจรับรู้ความร้อนได้น้อยลงจนเกิดแผลพุพอง (Burn) โดยไม่รู้ตัว ให้ผู้ดูแลช่วยทดสอบอุณหภูมิน้ำก่อนเสมอครับ

- การเช็ดและบำรุง: หลังล้างเสร็จ ควรซับเท้าให้แห้งสนิท โดยเฉพาะ "ตามซอกนิ้วเท้า" เพื่อป้องกันความอับชื้นและเชื้อรา (Fungal infection) จากนั้นทาโลชั่นเพื่อลดปัญหาผิวแห้งแตก แต่มีข้อแนะนำคือ "ควรหลีกเลี่ยงการทาโลชั่นบริเวณซอกนิ้วเท้า" เพื่อลดความอับชื้นครับ (Schaper et al., 2020)


3. การเลือกรองเท้าและสำรวจเท้า: ภารกิจประจำวัน (Foot Inspection & Footwear)

สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ควรหลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า ทั้งในบ้านและนอกบ้านครับ

- การสำรวจเท้า: ผู้ป่วยหรือผู้ดูแล ควรใช้เวลาสำรวจฝ่าเท้า ซอกนิ้ว และส้นเท้าเป็นประจำทุกวัน (อาจใช้กระจกบานเล็กส่องดูฝ่าเท้า) หากพบรอยแดง รอยหนังด้าน (Callus) รอยถลอก หรือตุ่มน้ำใส ต้องเฝ้าระวังและปรึกษาแพทย์

- การเลือกรองเท้า: รองเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ควรเป็นรองเท้าหุ้มส้นที่มีหน้ากว้าง (Broad toe box) ไม่บีบรัดนิ้วเท้า ไม่มีตะเข็บแข็งด้านใน และที่สำคัญ ก่อนสวมรองเท้าทุกครั้ง ควร "เคาะรองเท้าและใช้มือคลำด้านใน" เสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเศษหิน กรวด หรือแมลงซ่อนอยู่ด้านในครับ (Bus et al., 2016)


หากผู้ป่วยเบาหวานมี "แผลเปิด รอยถลอก ตุ่มน้ำแตก หนังด้านที่กดเจ็บ นิ้วเท้าเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ มีน้ำเหลืองหรือหนองไหล หรือมีไข้" ห้ามตัดแต่งเนื้อตายด้วยตนเอง ห้ามใช้กรรไกรหรือมีดโกนแคะตาปลา ห้ามนำสมุนไพรมาพอกแผล และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเอง โปรดพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ในสถานพยาบาล เพื่อรับการประเมินบาดแผล การล้างแผลแบบปลอดเชื้อ (Sterile dressing) ตัดแต่งเนื้อตาย (Debridement) และรับการรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพเวชกรรมอย่างเหมาะสมครับ


🩺 บทสรุปจากหมอธี

"เท้า" คืออวัยวะที่รับน้ำหนักและพาเราก้าวเดินไปในทุกช่วงเวลาของชีวิตครับ สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน การดูแลเท้าไม่ใช่เพียงการทำความสะอาด แต่คือการคอยสังเกตและปกป้องอย่างสม่ำเสมอ การตรวจดูฝ่าเท้า ทาโลชั่น และหลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า คือแนวทางเสริมสุขภาพที่สามารถทำได้ทุกวัน ผนวกกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีตามคำแนะนำของแพทย์ เพียงเท่านี้ เราก็สามารถดูแลสุขภาพเท้าของคนที่เรารัก ให้อยู่ก้าวเดินไปด้วยกันได้อย่างมั่นคงและมีความปลอดภัยครับ


💬 ชวนลูกเพจคุย

อ่านมาถึงตรงนี้ แฟนเพจลองนึกถึงคุณพ่อคุณแม่ หรือญาติผู้ใหญ่ที่เป็นเบาหวานที่บ้านดูนะครับ... ปกติแล้วท่านมักจะเคยชินกับการ "เดินเท้าเปล่า" ในบ้าน หรือชอบใส่รองเท้าแตะแบบคีบที่อาจเสียดสีง่ามนิ้วเท้ากันอยู่บ้างไหมครับ?


แล้วครอบครัวของแฟนเพจ มีใครคอยทำหน้าที่ช่วยเช็กฝ่าเท้า หรือทาโลชั่นให้คุณพ่อคุณแม่ก่อนนอนบ้างไหมเอ่ย? ใครที่มีประสบการณ์ในการพาผู้ใหญ่ไปเลือกรองเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หรือมีเคล็ดลับการดูแลเท้า ลองคอมเมนต์มาแบ่งปันความรู้ แชร์ทริกการดูแล หรือเล่าประสบการณ์ให้หมอและเพื่อน ๆ ในเพจได้อ่านเป็นวิทยาทานกันหน่อยนะครับ หมอรออ่านและพร้อมให้กำลังใจทุกครอบครัวที่ดูแลผู้ป่วยเบาหวานครับ!


ด้วยความปรารถนาดี

หมอธี มีเรื่องเล่า


หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์


เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ:

- Boulton, A. J., Vileikyte, L., Ragnarson-Tennvall, G., & Apelqvist, J. (2005). The global burden of diabetic foot disease. The Lancet, 366(9498), 1719-1724.

- Bus, S. A., van Netten, J. J., Lavery, L. A., Monteiro-Soares, M., Rasmussen, A., Jubiz, Y., ... & International Working Group on the Diabetic Foot. (2016). IWGDF guidance on the prevention of foot ulcers in at-risk patients with diabetes. Diabetes/Metabolism Research and Reviews, 32(S1), 16-24.

- Jude, E. B., Eleftheriadou, I., & Tentolouris, N. (2010). Peripheral arterial disease in diabetes—a review. Diabetic Medicine, 27(1), 4-14.

- Schaper, N. C., van Netten, J. J., Apelqvist, J., Bus, S. A., Hinchliffe, R. J., Lipsky, B. A., & IWGDF Editorial Board. (2020). Practical Guidelines on the prevention and management of diabetic foot disease (IWGDF 2019 update). Diabetes/Metabolism Research and Reviews, 36(S1), e3266.


#หมอธีมีเรื่องเล่า #แผลเบาหวาน #การดูแลเท้าผู้ป่วยเบาหวาน #DiabeticFootUlcer #ปลายประสาทเสื่อม #รองเท้าเบาหวาน #เวชศาสตร์วิถีชีวิต #โรคเบาหวาน #ดูแลผู้ป่วยเบาหวาน #สุขภาพองค์รวม #ป้องกันแผลเบาหวาน

Comments


bottom of page