top of page

สรีระบุรุษวัยเก๋า...“ต่อมลูกหมากโต เรื่องปกติของวัยชายหรือภาวะที่ต้องแก้ไข?”

หมอธี มีเรื่องเล่า
Jul 22
2 min read

สวัสดีครับแฟนเพจทุกท่าน กลับมาพบกับ “หมอธี มีเรื่องเล่า” กันอีกครั้งนะครับ วันนี้หมอขออนุญาตเปิดพื้นที่พูดคุยแบบแมน ๆ เพื่อทำความเข้าใจปัญหาสุขภาพของคุณสุภาพบุรุษวัยเก๋ากันบ้างครับ


แฟนเพจหลายท่านที่อายุเริ่มก้าวเข้าสู่เลข 5 หรือเลข 6 มักจะมาบ่นให้หมอฟังในห้องตรวจว่า "คุณหมอครับ ช่วงนี้ทำไมผมปัสสาวะไม่ค่อยพุ่งเหมือนแต่ก่อน กว่าจะเบ่งออกก็รอนาน แถมกลางคืนก็ต้องสะดุ้งตื่นมาเข้าห้องน้ำ 3-4 รอบจนแทบไม่ได้นอนเลยครับ อาการแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติของคนแก่ หรือผมกำลังเป็นโรคร้ายอะไรหรือเปล่าครับ?"


อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนที่คลาสสิกที่สุดของภาวะ "ต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia หรือ BPH)" ครับ หลายคนมีความเชื่อที่ว่า อาการนี้คือสัจธรรมของลูกผู้ชายที่แก่ตัวลงก็ต้องเป็นทุกคน ไม่ต้องไปรักษาก็ได้ แต่ในมุมมองของศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ (Urologist) และเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ หากปล่อยภาวะนี้ทิ้งไว้เรื้อรัง อาจลุกลามบานปลายไปสร้างความเสียหายให้กับระบบไตได้เลยทีเดียวครับ


วันนี้ หมอจะพาทุกท่านไปถอดรหัสวิทยาศาสตร์และกายวิภาคศาสตร์ เพื่อหาคำตอบกันว่า ต่อมลูกหมากโตคือเรื่องธรรมชาติ หรือเป็นภาวะที่เราต้องจัดการแก้ไขให้ถูกต้องตามหลักวิชาชีพครับ


1. กายวิภาคของทางผ่าน: ทำไม "โต" แล้วถึง "ตัน"?

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราต้องมาทำความรู้จักที่ตั้งของ "ต่อมลูกหมาก" กันก่อนครับ อวัยวะชิ้นนี้มีเฉพาะในผู้ชาย ทำหน้าที่สร้างน้ำหล่อเลี้ยงอสุจิ มันมีขนาดประมาณลูกวอลนัท และ "ห่อหุ้มรอบท่อปัสสาวะส่วนต้น" เอาไว้ เหมือนเราเอามือกำสายยางฉีดน้ำไว้หลวม ๆ ครับ

- ในทางสรีรวิทยา เมื่อผู้ชายอายุมากขึ้น ฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรน จะถูกเอนไซม์เปลี่ยนรูปไปเป็นฮอร์โมน "ไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (DHT)" ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้นี่แหละครับ ที่เป็นเหมือนปุ๋ยไปกระตุ้นให้เซลล์ต่อมลูกหมากเกิดการแบ่งตัวและขยายขนาดใหญ่ขึ้น (Hyperplasia)

- การที่ต่อมลูกหมากโตขึ้นตามอายุ "ถือเป็นเรื่องปกติทางสรีรวิทยา" ครับ แต่มันจะกลายเป็น "ภาวะโรคที่ต้องแก้ไข" ก็ต่อเมื่อ ต่อมที่โตขึ้นนั้นไป "บีบรัดท่อปัสสาวะที่วิ่งผ่านตรงกลาง" ให้ตีบแคบลง (เหมือนเราบีบสายยางฉีดน้ำ) ทำให้ผู้ป่วยต้องใช้แรงเบ่งมากขึ้น สายปัสสาวะเล็กลง และรู้สึกว่าปัสสาวะไม่สุดครับ (Roehrborn, 2005)


2. เมื่อกระเพาะปัสสาวะสู้กลับ: สาเหตุของการตื่นกลางดึก

เมื่อทางออกถูกบีบรัด กระเพาะปัสสาวะก็ต้องออกแรงบีบตัวให้หนักขึ้นเพื่อดันทิ้งน้ำปัสสาวะออกไปครับ ในทางชีวกลศาสตร์ การที่กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะทำงานหนักต่อเนื่อง จะทำให้ผนังกระเพาะปัสสาวะ "หนาตัวขึ้นและไวต่อความรู้สึก"

- กลไกนี้ทำให้ความจุปัสสาวะลดลง และกระเพาะปัสสาวะจะบีบตัวเตือนทันทีแม้มีน้ำปัสสาวะเพียงเล็กน้อย ทำให้เกิดอาการ "ปัสสาวะบ่อย" โดยเฉพาะในเวลากลางคืน (Nocturia) บางรายอาจมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (Urgency) ซึ่งอาการเหล่านี้บั่นทอนคุณภาพชีวิตและการนอนหลับอย่างรุนแรง และอาจนำไปสู่อุบัติเหตุพลัดตกหกล้มในห้องน้ำยามวิกาลได้ครับ (Chapple, 2004)


3. สัญญาณอันตราย: ภาวะแทรกซ้อนเมื่อปล่อยให้ "ตัน" นานเกินไป

แม้ต่อมลูกหมากโต (BPH) จะไม่ใช่ก้อนเนื้อมะเร็ง แต่มัน "ไม่ใช่เรื่องปกติที่ปล่อยผ่านได้" ครับ หากปล่อยให้ท่อปัสสาวะอุดตันเรื้อรัง น้ำปัสสาวะที่ตกค้างในกระเพาะปัสสาวะจะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค นำไปสู่กระเพาะปัสสาวะอักเสบ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือปัสสาวะเป็นเลือด


และที่อันตรายที่สุดคือ ภาวะอุดตันจนปัสสาวะไม่ออกเลย (Acute Urinary Retention) ซึ่งจะทำให้น้ำปัสสาวะท้นกลับขึ้นไปตามท่อไต กดทับเนื้อไต และอาจทำให้เกิด "ภาวะไตวายเรื้อรัง" ได้เลยทีเดียวครับ (Kaplan, 2006)


หากท่านหรือญาติผู้ใหญ่มีอาการปัสสาวะลำบาก ห้ามซื้อยาสมุนไพร ยาขับปัสสาวะ หรืออาหารเสริมที่อ้างสรรพคุณลดขนาดต่อมลูกหมากมารับประทานเองโดยเด็ดขาด (เพราะอาการปัสสาวะขัด อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้ การมัวแต่ทานอาหารเสริมอาจทำให้เสียโอกาสในการรักษามะเร็งระยะเริ่มต้นจนลุกลาม) หากมีอาการ "ปัสสาวะไม่ออกเลย ปวดหน่วงท้องน้อยรุนแรง หรือปัสสาวะมีเลือดปน" โปรดรีบไปห้องฉุกเฉินในสถานพยาบาล เพื่อรับการสวนสายยางระบายปัสสาวะ และรับการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ทันทีครับ


🩺 บทสรุปจากหมอธี

"การที่ต่อมลูกหมากโตขึ้น" เป็นของแถมตามธรรมชาติที่มาพร้อมกับตัวเลขอายุที่เพิ่มขึ้นของคุณผู้ชายครับ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า "ความทรมานจากอาการปัสสาวะขัด" จะเป็นสิ่งที่เราต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรม ในปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก มียาที่ทานแล้วช่วยคลายกล้ามเนื้อท่อปัสสาวะ หรือยาลดขนาดต่อมลูกหมาก รวมถึงการผ่าตัดส่องกล้องที่ไม่ต้องเปิดแผลใหญ่ อาการปัสสาวะขัดไม่ใช่เรื่องน่าอายครับ การเปิดใจและเดินเข้าไปพบแพทย์เฉพาะทางแต่เนิ่น ๆ คือการทวงคืนความสุขในการนอนหลับ คืนความมั่นใจ และปกป้องการทำงานของไตของเราให้อยู่คู่ร่างกายไปอีกยาวนานครับ


💬 ชวนลูกเพจคุย

อ่านมาถึงตรงนี้ แฟนเพจลองสะท้อนถึงสุขภาพของคุณพ่อ คุณลุง หรือแม้แต่ตัวท่านเองที่กำลังอ่านอยู่ดูนะครับ... มีใครที่ช่วงนี้เริ่มบ่นว่า “ตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกบ่อยจัง” หรือ “ยืนเบ่งตั้งนานกว่าปัสสาวะจะออก” บ้างไหมครับ?


หลายท่านอาจจะเขินอาย ไม่กล้าเล่าให้ลูกหลานฟัง ลูกหลานลองหาโอกาสชวนท่านคุยเรื่องนี้ดูนะครับ หรือมีครอบครัวไหนที่เคยพาคุณพ่อไปพบคุณหมอทางเดินปัสสาวะเพื่อรักษาภาวะนี้แล้วบ้างครับ? หลังทานยา หรือหลังได้รับการผ่าตัดส่องกล้องขูดต่อมลูกหมากแล้ว คุณภาพชีวิตและการนอนหลับดีขึ้นแค่ไหน ปัสสาวะคล่องขึ้นไหมเอ่ย? ลองคอมเมนต์มาแบ่งปันประสบการณ์ เล่าเป็นวิทยาทาน หรือแชร์เทคนิคการชักชวนผู้ใหญ่ให้กล้าไปพบแพทย์ ให้หมอและเพื่อน ๆ ในเพจได้อ่านเป็นแนวทางกันหน่อยนะครับ หมอรออ่านและพร้อมเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวครับ!


ด้วยความปรารถนาดี

หมอธี มีเรื่องเล่า


หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์


เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ:

- Chapple, C. R. (2004). Pharmacological therapy of benign prostatic hyperplasia/lower urinary tract symptoms: an overview for the practising clinician. BJU international, 94(5), 738-744.

- Kaplan, S. A. (2006). Update on the evaluation and management of benign prostatic hyperplasia. Reviews in Urology, 8(Suppl 4), S10.

- McVary, K. T. (2006). BPH: epidemiology and comorbidities. The American Journal of Managed Care, 12(5 Suppl), S122-S128.

- Roehrborn, C. G. (2005). Benign prostatic hyperplasia: an overview. Reviews in Urology, 7(Suppl 9), S3.


#หมอธีมีเรื่องเล่า #ต่อมลูกหมากโต #BPH #ปัสสาวะบ่อยกลางคืน #ปัสสาวะขัด #ปัสสาวะไม่พุ่ง #สุขภาพผู้ชาย #วัยทองผู้ชาย #เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ #ศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ #มะเร็งต่อมลูกหมาก #ดูแลผู้สูงอายุ #สังคมสูงวัย #ดูแลสุขภาพองค์รวม

Comments


bottom of page