แค่ขยับเท่ากับชนะ: แฮ็กสมองสยบความโหย... ถอดรหัสวิทยาศาสตร์ “เทคนิคเบี่ยงเบนความสนใจเมื่อเปรี้ยวปาก”
- หมอธี มีเรื่องเล่า
- Apr 7
- 2 min read



สวัสดีครับแฟนเพจทุกท่าน กลับมาพบกับ “หมอธี มีเรื่องเล่า” กันอีกครั้งนะครับ ช่วงบ่ายคล้อยของวันทำงาน หรือช่วงค่ำที่กำลังพักผ่อนดูซีรีส์เพลิน ๆ มีแฟนเพจท่านไหนกำลังเกิดอาการ “เปรี้ยวปาก” โหยหาชานมไข่มุก ขนมหวานเย็น ๆ หรือรู้สึกกระสับกระส่ายอยากหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบกันบ้างไหมครับ?
เวลาที่ความอยากหรืออาการโหย (Cravings) พุ่งเข้ามาจู่โจม หลายคนพยายามใช้ "ความอดทน" นั่งนิ่ง ๆ แล้วกัดฟันสู้กับใจตัวเอง แต่ทราบไหมครับว่าในทางจิตวิทยาพฤติกรรม ยิ่งเรานั่งนิ่งแล้วสั่งสมองว่า "อย่ากิน อย่าสูบ" สมองเราจะยิ่งหมกมุ่นและขยายภาพสิ่งนั้นให้ใหญ่ขึ้นจนสุดท้ายเราก็มักจะตบะแตก!
วันนี้หมอมีเคล็ดลับทางวิทยาศาสตร์สมองที่ทำได้ง่ายและฟรีมาฝากกันครับ นั่นคือทฤษฎีที่ว่า "แค่ขยับเท่ากับชนะ" (Move to Win) การเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายเพียงเล็กน้อย มันเข้าไปแฮ็กระบบสมองและดับไฟความโหยได้อย่างไร? มาถอดรหัสกันครับ
1. กฎ 15 นาที และการ "โต้คลื่นความอยาก" (Urge Surfing)
ความอยากอาหารหรือสารเสพติด ไม่ได้อยู่กับเราถาวรตลอดไปครับ ในทางจิตวิทยาบำบัด ความอยากมีลักษณะเหมือน "คลื่นในมหาสมุทร" คือค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น พุ่งถึงจุดสูงสุด (ซึ่งเป็นจุดที่เราทรมานที่สุด) และจากนั้นมันจะค่อย ๆ สลายตัวไปเอง ซึ่งวงจรนี้มักใช้เวลาเพียง "10-15 นาที" เท่านั้นครับ
แนวคิดนี้เรียกว่า "การโต้คลื่นความอยาก" (Urge Surfing) แทนที่เราจะยอมจมน้ำเพราะฝืนสู้กับคลื่น เราแค่ต้องหา "แผ่นกระดาน" มาเกาะไว้เพื่อรอให้คลื่นสงบ ซึ่งแผ่นกระดานที่ว่านั้นก็คือ "การเบี่ยงเบนความสนใจ" (Distraction) การลุกขึ้นไปทำกิจกรรมอื่นเพียง 15 นาที จะช่วยให้เราข้ามผ่านจุดพีกของความอยากไปได้อย่างปลอดภัยครับ (Marlatt & Donovan, 2005)
2. ขโมยพื้นที่ความจำ (Cognitive Distraction)
เมื่อเราเปรี้ยวปาก สมองส่วนความจำขณะทำงาน (Working Memory) จะถูก "ยึดครอง" ด้วยภาพของชานมไข่มุก หรือกลิ่นควันบุหรี่ครับ วิธีแก้คือเราต้องสร้าง "ภาระงานใหม่" ให้สมอง
เมื่อเราลุกขึ้นเดินเร็ว ยืดเหยียดร่างกาย หรือแม้แต่ลุกไปจัดโต๊ะทำงาน สมองจะต้องดึงทรัพยากรไปใช้กับการควบคุมกล้ามเนื้อ การทรงตัว และการมองเห็น ทำให้ไม่มีพื้นที่เหลือพอที่จะไปจินตนาการถึงของที่อยากกินอีกต่อไป งานวิจัยจากออสเตรียพบว่า การให้ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินลุกไป "เดินเร็ว" (Brisk walking) เพียง 15 นาที สามารถลดความอยากน้ำตาลและของหวานได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้จะถูกกระตุ้นด้วยรูปขนมเค้กตรงหน้าก็ตามครับ (Ledochowski et al., 2015)
3. สร้าง "โดพามีนทดแทน" โดยไม่ง้อสารเคมี
อาการเปรี้ยวปาก แท้จริงแล้วคือการที่สมองกำลังส่งเสียงร้องขอ "โดพามีน" (Dopamine - สารแห่งความพึงพอใจ) ครับ สมองรู้ว่าน้ำตาล นิโคติน หรือแอลกอฮอล์ คือทางลัดในการได้สารนี้มา
แต่ร่างกายมนุษย์เรามีกลไกที่ยอดเยี่ยมกว่านั้นครับ! การขยับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินขึ้นบันได ทำสควอต หรือเดินเล่นรอบบ้าน ร่างกายจะหลั่งสารเอนดอร์ฟินและโดพามีนออกมาตามธรรมชาติเพื่อเป็นรางวัลให้กับการเคลื่อนไหว เมื่อสมองได้รับสารความสุขทดแทนแล้ว อาการกระวนกระวายและความโหยหาจึงถูกดับสวิตช์ลงอย่างรวดเร็ว โดยที่เราไม่ต้องเอาสุขภาพไปเสี่ยงเลยครับ (Basso & Suzuki, 2017)
หากท่านมีภาวะโรคอ้วน (Obesity) พฤติกรรมการกินผิดปกติ (Binge Eating Disorder) หรือมีภาวะติดสารเสพติดที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และไม่สามารถควบคุมความอยากได้ด้วยตนเอง ห้ามซื้อยามารับประทานเองเด็ดขาด หมอแนะนำให้เข้าพบจิตแพทย์ หรือแพทย์เฉพาะทางในสถานพยาบาล เพื่อรับการประเมินและรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพเวชกรรมครับ
🩺 บทสรุปจากหมอธี
"แค่ขยับเท่ากับชนะ" คือคาถาประจำใจที่หมออยากให้ทุกคนพกติดตัวไว้ครับ ความอยากหรืออาการเปรี้ยวปาก เป็นเพียงปฏิกิริยาทางเคมีชั่วคราวในสมอง ไม่ใช่เจ้านายที่สั่งให้เราต้องทำตามเสมอไป เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าทนไม่ไหว อย่าใช้วิธีนั่งจ้องเขม็งแล้วฝืนใจ แต่ให้ใช้วิธี "หนีไปทำอย่างอื่น" ลุกขึ้นเดินไปดื่มน้ำเปล่าสักแก้ว ยืดเส้นยืดสาย หรือออกไปเดินรับลม เพียงแค่ 15 นาที คุณจะพบว่าคลื่นความอยากนั้นได้สลายไปแล้ว และคุณคือผู้ชนะที่ควบคุมชีวิตตัวเองได้อย่างแท้จริงครับ!
💬 ชวนลูกเพจคุย
อ่านมาถึงตรงนี้ แฟนเพจของหมอมี "จุดอ่อน" เวลาเปรี้ยวปากเป็นอะไรกันบ้างครับ? (บางคนแพ้ทางของทอด บางคนแพ้ทางชานมไข่มุก หรือบางคนต้องมีขนมกรุบกรอบตอนดูซีรีส์)
แล้วเวลาที่ความอยากมาเยือน ทุกคนมี "เทคนิคส่วนตัว" อะไรในการเบี่ยงเบนความสนใจบ้างครับ? (ส่วนตัวหมอ ถ้าอยากของหวานตอนบ่าย หมอจะลุกไปเดินขึ้นลงบันไดออฟฟิศ 1 รอบ แล้วดื่มน้ำเย็นจัด 1 แก้วครับ ช่วยเบรกความอยากได้เยอะเลย) ลองคอมเมนต์มาแชร์ทริกเด็ด ๆ ป้ายยาวิธีเอาชนะใจตัวเอง หรือส่งกำลังใจให้เพื่อน ๆ ในเพจที่กำลังพยายามคุมอาหาร เลิกบุหรี่ หรือดูแลสุขภาพกันได้เลยนะครับ หมอรออ่านและพร้อมเป็นโค้ชคอยเชียร์ทุกคนอยู่ครับ!
ด้วยความปรารถนาดี
หมอธี มีเรื่องเล่า
หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์
เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ:
- Basso, J. C., & Suzuki, W. A. (2017). The effects of acute exercise on mood, cognition, neurophysiology, and neurochemical pathways: A review. Brain Plasticity, 2(2), 127-152.
- Ledochowski, L., Ruedl, G., Taylor, A. H., & Kopp, M. (2015). Acute effects of brisk walking on sugary snack cravings in overweight people, affect and responses to a manipulated stress situation and to a sugary snack cue: A crossover study. PLoS One, 10(3), e0119278.
- Marlatt, G. A., & Donovan, D. M. (Eds.). (2005). Relapse prevention: Maintenance strategies in the treatment of addictive behaviors. Guilford Press.



Comments