top of page

พลังแห่ง "ฮอร์โมนกอด" (Oxytocin) สู้เครียด กู้คืนความสุขให้หัวใจ

  • หมอธี มีเรื่องเล่า
  • Feb 10
  • 1 min read

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน... ช่วงนี้ใครรู้สึกว่า "ความเครียด" มันเกาะกินหัวใจจนรู้สึกหนักอึ้งบ้างไหมครับ? ในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบ เรามักมองหาวิธีคลายเครียดสารพัด แต่เชื่อไหมครับว่า "กลไกการเยียวยา" ที่ธรรมชาติได้ซ่อนไว้ในตัวเราแล้ว นั่นคือฮอร์โมนที่มีชื่อน่ารักๆ ว่า "ออกซิโตซิน" (Oxytocin) หรือที่หลายคนเรียกว่า "ฮอร์โมนกอด" (The Hug Hormone) หรือ "ฮอร์โมนแห่งความรัก" (The Love Hormone) นั่นเองครับ


วันนี้หมอธีจะพามาเจาะลึกกลไกทางวิทยาศาสตร์ว่า เจ้าฮอร์โมนตัวนี้ช่วยเราสู้กับความเครียดได้อย่างไร และเราจะเพิ่มมันด้วยวิธีธรรมชาติแบบชาว Lifestyle Medicine ได้อย่างไรบ้างครับ


เมื่อ "ความรัก" ปะทะ "ความเครียด": กลไกทางวิทยาศาสตร์

เวลาที่เราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนตัวร้ายที่ชื่อว่า "คอร์ติซอล" (Cortisol) ออกมา ซึ่งถ้ามีมากเกินไปจะส่งผลเสียต่อร่างกาย ทั้งความดันโลหิตสูง ภูมิคุ้มกันตก และเสี่ยงต่อโรคหัวใจ แต่ข่าวดีคือ ร่างกายเรามีระบบต้านความเครียดตามธรรมชาติครับ


งานวิจัยทางการแพทย์จำนวนมากยืนยันว่า ออกซิโตซิน (Oxytocin) ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยปรับสมดุล (Buffer) ความเครียดชั้นดี โดยมีกลไกสำคัญดังนี้ครับ:

1. ลดการทำงานของต่อมเครียด: ออกซิโตซินช่วยลดการทำงานของแกน HPA (Hypothalamic-Pituitary-Adrenal axis) ซึ่งเป็นโรงงานผลิตฮอร์โมนความเครียด ส่งผลให้ระดับคอร์ติซอลลดลง เราจึงรู้สึกสงบขึ้น

2. ดีต่อใจ (ทางกายภาพ): ฮอร์โมนนี้ช่วยลดความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานได้ผ่อนคลายลง

3. ลดการอักเสบ: ความเครียดนำไปสู่การอักเสบในร่างกาย แต่ออกซิโตซินมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory) ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย


แค่ "กอด" ก็หายเหนื่อย... จริงหรือ?

มีคำแนะนำที่น่าสนใจระบุว่า การกอดที่นานกว่า 20 วินาที สามารถกระตุ้นการหลั่งออกซิโตซินได้มากพอที่จะทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายและเชื่อใจ การสัมผัสที่อบอุ่น (Affective Touch) จะไปกระตุ้นเส้นใยประสาทเฉพาะที่ส่งสัญญาณไปที่สมอง ให้ปล่อยฮอร์โมนแห่งความสุขออกมาและลดระดับความวิตกกังวลลง


ไม่ใช่แค่กับคนรักนะครับ การกอดคนในครอบครัว เพื่อนสนิท หรือแม้แต่ การเล่นกับสัตว์เลี้ยง ก็ช่วยกระตุ้นออกซิโตซินได้เช่นกันครับ


สรุปจากหมอธี

ในมุมมองของเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) การจัดการความเครียดไม่ได้หมายถึงการทานยาคลายเครียดเสมอไปครับ แต่การสร้าง "ความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ" (Social Connection) คือยาขนานเอก การสัมผัสที่อบอุ่น การพูดคุยที่เข้าใจ หรือแม้แต่การทำกิจกรรมจิตอาสา ล้วนเป็นวิธีเพิ่มออกซิโตซินตามธรรมชาติที่ช่วยให้หัวใจเราแข็งแรงขึ้นและเครียดน้อยลงครับ

ลองหันไปกอดคนที่คุณรัก หรือส่งข้อความดีๆ ให้เพื่อนสักคนดูนะครับ นอกจากจะช่วยเขาแล้ว ยังช่วย "ฮีลใจ" ตัวเราเองได้ดีที่สุดเลยครับ


ชวนคุย: เพื่อนๆ มีวิธีเติมกำลังใจหรือสร้างความสุขง่ายๆ ในแบบของตัวเองอย่างไรบ้างครับ? ใครเป็นสายกอดแมว กอดหมอน หรือกอดคนรู้ใจ ลองคอมเมนต์เล่าให้หมอฟังหน่อยนะครับ


ด้วยความปรารถนาดี

หมอธี มีเรื่องเล่า


หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์


เอกสารอ้างอิง

1. Li, T., et al. (2022). Roles of Oxytocin in Stress Responses, Allostasis and Resilience. International Journal of Molecular Sciences, 23(1).

2. Engert, V., et al. (2016). Oxytocin and the stress buffering effect of social company: a genetic study in daily life. Social Cognitive and Affective Neuroscience, 15(3).

3. Goodin, B. R., et al. (2015). Oxytocin, cortisol, and cognitive control during acute and naturalistic stress. Stress, 24(3).

4. Uvnäs-Moberg, K., & Petersson, M. (2005). Oxytocin, a mediator of anti-stress, well-being, social interaction, growth and healing. Zeitschrift für Psychosomatische Medizin und Psychotherapie, 51(1).

5. Dignity Health. (2018). 4 Facts About Hugs: Why You Should Embrace the Embrace.

6. Vail Health. (2024). Hugs & Kisses for Health.


#หมอธีมีเรื่องเล่า #Oxytocin #ฮอร์โมนกอด #จัดการความเครียด #สุขภาพใจ #LifestyleMedicine #เวชศาสตร์วิถีชีวิต #ความดันโลหิต #สุขภาพดีเริ่มที่ตัวเรา

Comments


bottom of page