top of page

ขยับกาย คลายความเศร้า... ทำความเข้าใจกลไกสมอง “กิจกรรมเข้าจังหวะ: เต้นไล่ความเศร้า”

  • หมอธี มีเรื่องเล่า
  • Apr 7
  • 2 min read

สวัสดีครับแฟนเพจทุกท่าน กลับมาพบกับ “หมอธี มีเรื่องเล่า” กันอีกครั้งนะครับ ในช่วงเวลาที่สภาพสังคมและการทำงานมีความตึงเครียดสูง หมอเชื่อว่าหลายท่านอาจจะกำลังเผชิญกับความรู้สึกหม่นหมอง ซึมเศร้า หรือหมดพลังใจในการใช้ชีวิตไปบ้าง


เวลาที่เรามีความทุกข์หรือรู้สึกเศร้า ร่างกายมักจะตอบสนองด้วยการห่อไหล่ ก้มหน้า และเก็บตัวอยู่นิ่ง ๆ ซึ่งในทางจิตวิทยา การอยู่นิ่งมักจะเปิดโอกาสให้สมองของเรา "คิดวนเวียน" (Rumination) ถึงปัญหาเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าครับ แต่ท่านทราบหรือไม่ครับว่า ในวงการวิทยาศาสตร์ประสาทวิทยา (Neuroscience) และจิตเวชศาสตร์ มีเครื่องมือบำบัดชนิดหนึ่งที่ทำได้ง่าย สนุก และช่วยดึงเราออกจากหลุมพรางของความเศร้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นก็คือ "กิจกรรมเข้าจังหวะ หรือ การเต้น" (Dance and Rhythmic Activities) ครับ


วันนี้หมอจะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจกลไกของร่างกายและสมองกันครับว่า การเปิดเพลงโปรดแล้วขยับตัวตามจังหวะ มันเข้าไปช่วยสนับสนุนการดูแลจิตใจและบรรเทาความเศร้าได้อย่างไรบ้าง


1. ปลุกสารเคมีเชิงบวกในสมอง (The Neurochemical Cocktail)

เมื่อเราเริ่มขยับร่างกายตามจังหวะดนตรี สมองจะถูกกระตุ้นให้หลั่งกลุ่มสารสื่อประสาทที่เป็นปฏิปักษ์กับความเศร้าออกมาครับ ได้แก่ "เอนดอร์ฟิน" (Endorphins) ซึ่งทำหน้าที่คล้ายยาแก้ปวดตามธรรมชาติ ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสบาย "โดพามีน" (Dopamine) ที่ทำให้เรารู้สึกมีแรงจูงใจและพึงพอใจ และ "เซโรโทนิน" (Serotonin) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ช่วยปรับสมดุลอารมณ์ให้เยือกเย็นและสงบลง การเต้นจึงเปรียบเสมือนการส่งเสริมการปรับอารมณ์ให้สมองผ่านการเคลื่อนไหวครับ (Basso & Suzuki, 2017)


2. ดึงสติกลับสู่ปัจจุบัน (Mindfulness in Motion)

ความเศร้ามักเกิดจากการที่เราเอาใจไปผูกติดกับเรื่องราวที่แก้ไขไม่ได้ แต่กิจกรรมเข้าจังหวะจะบังคับให้สมองต้องจดจ่ออยู่กับ "ปัจจุบัน" ครับ เพราะเวลาที่เราเต้น เราต้องฟังจังหวะเพลง ขยับแขนขาให้สอดคล้องกัน และรักษาสมดุลของร่างกาย (Coordination)


กระบวนการนี้ทำให้สมองส่วนที่ใช้ควบคุมการเคลื่อนไหวทำงานเพิ่มขึ้น จนลดพื้นที่ให้สมองส่วนอารมณ์ไปนั่งคิดฟุ้งซ่าน งานวิจัยด้านการบำบัดด้วยการเคลื่อนไหว (Dance Movement Therapy) พบว่า การเต้นมีส่วนช่วยลดภาวะซึมเศร้าและลดความวิตกกังวลได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เพราะมันคือการฝึก "สติ" (Mindfulness) ในรูปแบบที่มีการเคลื่อนไหวนั่นเองครับ (Koch et al., 2019)


3. การเชื่อมโยงทางสังคมและลดความโดดเดี่ยว (Social Synchrony)

หากคุณมีโอกาสไปเต้นแอโรบิก ลีลาศ หรือเต้นซุมบ้า (Zumba) ร่วมกับผู้อื่น ร่างกายจะได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นอีกระดับครับ ในทางมานุษยวิทยาและประสาทวิทยา เมื่อมนุษย์เคลื่อนไหวเข้าจังหวะพร้อมกัน (Synchrony) สมองจะหลั่งฮอร์โมน "ออกซิโตซิน" (Oxytocin) หรือฮอร์โมนแห่งความผูกพันออกมา ทำให้เรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม รู้สึกปลอดภัย และลดความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้าง ซึ่งเป็นปัจจัยเกื้อหนุนในการดูแลจิตใจจากความเศร้าเป็นอย่างดีครับ (Tarr et al., 2014)


แม้การเต้นจะมีประโยชน์ต่อสภาพจิตใจอย่างมาก แต่หากท่านหรือคนใกล้ชิดมีภาวะซึมเศร้าที่รุนแรง ร้องไห้บ่อย นอนไม่หลับ หรือมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง ห้ามพึ่งพาเพียงการปรับพฤติกรรมด้วยตนเองเด็ดขาด โปรดเข้าพบจิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยาคลินิก ในสถานพยาบาล เพื่อรับการประเมิน ตรวจวินิจฉัย และพิจารณาแนวทางการรักษา (เช่น การใช้ยา หรือจิตบำบัด) ตามมาตรฐานวิชาชีพเวชกรรมครับ


🩺 บทสรุปจากหมอธี

"การเต้น" ไม่จำเป็นต้องมีสเตปที่สมบูรณ์แบบ หรือต้องเป็นนักเต้นมืออาชีพครับ เป้าหมายของเราคือการใช้ "จังหวะ" เป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับร่างกายและจิตใจของตัวเอง ในวันที่ความเศร้าก่อตัวเป็นเมฆหมอกในใจ ลองอนุญาตให้ตัวเองเปิดเพลงจังหวะสนุก ๆ ในห้องนอน แล้วขยับร่างกายโยกย้ายไปตามเสียงเพลงดูสัก 10-15 นาที การเปลี่ยนอิริยาบถทางกาย จะช่วยนำพาจิตใจให้หลุดพ้นจากมุมมืด และเปิดรับพลังงานเชิงบวกเข้ามาดูแลจิตใจได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ


💬 ชวนลูกเพจคุย

อ่านมาถึงตรงนี้ แฟนเพจของหมอมี "เพลงโปรด" หรือ "ศิลปินคนโปรด" ที่เวลาได้ยินเพลงของเขาแล้ว ร่างกายต้องเผลอขยับ หรืออารมณ์ดีขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้บ้างไหมครับ? (ส่วนตัวหมอ ถ้าช่วงไหนรู้สึกตึงเครียด ได้ฟังเพลงแนวดิสโก้หรือเพลงป็อปยุค 90s แล้วได้เคาะเท้าเบา ๆ ไปด้วย ก็ช่วยเปลี่ยนอารมณ์ให้ผ่อนคลายขึ้นได้เยอะเลยครับ)


แล้วปกติทุกคนมีวิธีการ "เต้นไล่ความเศร้า" แบบไหนกันบ้าง (เช่น เต้นหน้ากระจกคนเดียว ไปคลาสซุมบ้า หรือเต้นแอโรบิกที่สวนสาธารณะ) ลองคอมเมนต์มาแชร์เพลย์ลิสต์เพลง หรือเล่าประสบการณ์สนุก ๆ ให้เพื่อน ๆ ในเพจได้อ่านเพื่อสร้างรอยยิ้มไปด้วยกันนะครับ หมอรออ่านอยู่นะครับ!


ด้วยความปรารถนาดี

หมอธี มีเรื่องเล่า


หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์


เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ:

- Basso, J. C., & Suzuki, W. A. (2017). The effects of acute exercise on mood, cognition, neurophysiology, and neurochemical pathways: A review. Brain Plasticity, 2(2), 127-152.

- Koch, S. C., Riege, R. F. F., Tisborn, K., Biondo, J., Martin, L., & Beelmann, A. (2019). Effects of dance movement therapy and dance on health-related psychological outcomes: A meta-analysis update. Frontiers in Psychology, 10, 1806.

- Tarr, B., Launay, J., & Dunbar, R. I. (2014). Music and social bonding: "self-other" merging and neurohormonal mechanisms. Frontiers in Psychology, 5, 1096.


#หมอธีมีเรื่องเล่า #กิจกรรมเข้าจังหวะ #เต้นไล่ความเศร้า #สุขภาพจิต #ซึมเศร้า #วิธีคลายเครียด #ดนตรีบำบัด #เอนดอร์ฟิน #เวชศาสตร์วิถีชีวิต #ดูแลสุขภาพองค์รวม

Comments


bottom of page