ไม่ใช่แค่เดินเยอะหรือเมื่อยล้า... “อาการบวมที่ขา สัญญาณเตือนของโรคอะไรบ้าง?”

สวัสดีครับแฟนเพจทุกท่าน กลับมาพบกับ “หมอธี มีเรื่องเล่า” กันอีกครั้งนะครับ แฟนเพจเคยสังเกตตัวเอง หรือคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านไหมครับว่า เวลาตกเย็นทีไร ทำไมรองเท้าถึงคับกว่าตอนเช้า หรือเวลาถอดถุงเท้าออกมาแล้วเห็นรอยรัดชัดเจน บางทีใช้นิ้วกดบริเวณหน้าแข้งหรือหลังเท้าแล้วเกิด “รอยบุ๋ม” ค้างอยู่นานกว่าผิวจะเด้งกลับคืนมา?
หลายท่านมักจะคิดว่า "สงสัยเดินเยอะ ยืนทำงานทั้งวัน หรือกินเค็มไปหน่อย เดี๋ยวพอนอนพักยกขาสูงก็คงหาย"
แน่นอนครับว่าแรงโน้มถ่วงและการยืนนาน ๆ เป็นสาเหตุหนึ่งที่พบได้บ่อย แต่ในมุมมองของแพทย์อายุรกรรม อาการ "ขาบวม (Peripheral Edema)" โดยเฉพาะอาการบวมที่กดแล้วบุ๋ม ไม่ใช่แค่เรื่องของความเมื่อยล้าเสมอไปครับ อาการขาบวมเปรียบเสมือน "หน้าต่าง" ที่เปิดให้เราเห็นการทำงานของระบบอวัยวะสำคัญภายในร่างกาย วันนี้หมอจะพาทุกท่านไปถอดรหัสกลไกทางสรีรวิทยากันครับว่า น้ำที่คั่งอยู่ที่ขาของเรา กำลังพยายามส่งเสียงเตือนถึงปัญหาสุขภาพอะไรบ้าง
1. สัญญาณเตือนจาก “ปั๊มน้ำที่อ่อนล้า” (ภาวะหัวใจล้มเหลว - Heart Failure)
หัวใจของเราทำหน้าที่เหมือนปั๊มน้ำครับ หากวันหนึ่งกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวหรือคลายตัวได้ไม่ดี (อาจเกิดจากโรคความดันโลหิตสูงเรื้อรัง หรือโรคหลอดเลือดหัวใจ) หัวใจฝั่งขวาจะไม่สามารถรับเลือดกลับเข้ามาระบายได้ทันท่วงที
ในทางฟิสิกส์สรีรวิทยา เมื่อเลือดคั่งค้างในระบบหลอดเลือดดำ แรงดันจะสูงขึ้น ทำให้น้ำและพลาสมาถูกดันให้ซึมผ่านผนังหลอดเลือดออกมาคั่งค้างอยู่ตามเนื้อเยื่อ และเนื่องจาก "ขา" เป็นอวัยวะที่อยู่ต่ำที่สุดตามแรงโน้มถ่วง น้ำจึงไปกองรวมกันที่นั่นครับ หากขาบวมร่วมกับอาการเหนื่อยหอบเวลานอนราบ (Orthopnea - ต้องหนุนหมอนสูงถึงจะหลับได้) หรือตื่นมาหอบกลางดึก นี่คือสัญญาณเตือนของ "ภาวะหัวใจล้มเหลว" ที่ต้องรีบไปพบแพทย์ครับ (Ponikowski et al., 2016)
2. สัญญาณเตือนจาก “โรงงานกรองของเสีย” (โรคไตเรื้อรัง - Kidney Disease)
"ไต" มีหน้าที่สำคัญในการกรองของเสียและรักษาสมดุลของเกลือแร่ (โซเดียม) และน้ำในร่างกายครับ เมื่อไตทำงานเสื่อมลง ไตจะไม่สามารถขับโซเดียมและน้ำส่วนเกินออกทางปัสสาวะได้ทัน ทำให้น้ำคั่งในร่างกาย
นอกจากนี้ หากไตมีรอยรั่วจนโปรตีน “อัลบูมิน (Albumin)” หลุดรอดปนออกมากับปัสสาวะ (Nephrotic Syndrome) ระดับโปรตีนในเลือดจะลดต่ำลง ซึ่งโปรตีนอัลบูมินนี้ทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำดึงน้ำไว้ในหลอดเลือด เมื่อโปรตีนต่ำ น้ำก็จะรั่วออกนอกหลอดเลือด ทำให้เกิดอาการบวมทั่วตัว โดยมักจะสังเกตเห็นชัดเจนที่ขาและ “รอบเปลือกตา” ในช่วงเช้าตื่นนอน ร่วมกับมีปัสสาวะเป็นฟองคล้ายฟองเบียร์ครับ (Levin et al., 2013)
3. สัญญาณเตือนจาก “โรงงานผลิตโปรตีน” (โรคตับแข็ง - Liver Cirrhosis)
"ตับ" คือโรงงานหลักที่ทำหน้าที่ผลิตโปรตีนอัลบูมินครับ เมื่อตับเกิดภาวะตับแข็ง (ไม่ว่าจะจากการดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง หรือไขมันพอกตับ) ตับจะสร้างโปรตีนได้น้อยลงอย่างมาก ทำให้ระดับอัลบูมินในเลือดต่ำ ส่งผลให้เกิดอาการบวมน้ำ
แต่จุดสังเกตของโรคตับคือ มักจะมีอาการ "ท้องโต (Ascites)" จากน้ำที่คั่งในช่องท้องร่วมกับอาการขาบวม และผู้ป่วยอาจมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง (Jaundice) หรือมีเส้นเลือดฝอยแตกเป็นรูปแมงมุมตามหน้าอกร่วมด้วยครับ (Runyon, 2013)
4. สัญญาณเตือนฉุกเฉินจาก “ท่อระบายน้ำอุดตัน” (หลอดเลือดดำลึกอุดตัน - DVT)
หากอาการขาบวมเกิดขึ้น "เพียงข้างเดียว" ร่วมกับอาการปวดตึง น่องบวมแดง และจับแล้วรู้สึกร้อน นี่คือภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ครับ!
อาการนี้มักเกิดจาก "ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (Deep Vein Thrombosis - DVT)" มักพบในผู้ที่นั่งเครื่องบินไฟลต์ยาว นั่งรถนาน ๆ หรือผู้ป่วยติดเตียง ความน่ากังวลคือ หากลิ่มเลือดนี้หลุดลอยไปตามกระแสเลือดและอุดตันที่ขั้วปอด (Pulmonary Embolism) อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการหอบเหนื่อยเฉียบพลันและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ครับ (Kearon et al., 2012)
หากท่านหรือคนใกล้ชิดมีอาการขาบวม ห้ามซื้อยาขับปัสสาวะ (Diuretics) หรือยาสมุนไพรต้มมารับประทานเองเพื่อลดบวมโดยเด็ดขาด (การใช้ยาขับปัสสาวะผิดวิธีอาจทำให้เกลือแร่ในเลือดผิดปกติ ไตวายเฉียบพลัน หรือช็อกได้) และ ห้ามบีบนวดรุนแรงที่ขาข้างที่บวมแดงร้อน (หากเป็นลิ่มเลือดอุดตัน การนวดอาจทำให้ลิ่มเลือดหลุดไปปอดได้) หากมีอาการขาบวมร่วมกับ "เหนื่อยหอบ นอนราบไม่ได้ เจ็บแน่นหน้าอก ปัสสาวะเป็นฟอง/ออกน้อยลง หรือขาบวมแดงร้อนข้างเดียวอย่างฉับพลัน" โปรดตั้งสติและรีบนำผู้ป่วยส่งแผนกฉุกเฉิน หรือโทร 1669 เพื่อรับการประเมินและการรักษาตามมาตรฐานวิชาชีพเวชกรรมโดยเร่งด่วนครับ
🩺 บทสรุปจากหมอธี
"อาการขาบวม" ไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยผ่านแล้วคิดว่าเดี๋ยวพักก็หายเองได้เสมอไปครับ ร่างกายกำลังใช้บริเวณที่อยู่ต่ำที่สุดของร่างกาย เป็นกระดานส่งข้อความบอกเราว่า ปั๊มน้ำ (หัวใจ) หรือ เครื่องกรองน้ำ (ไต) กำลังมีปัญหา การหมั่นสังเกตข้อเท้าของตัวเองและคนที่เรารัก หากกดแล้วบุ๋มค้าง หรือบวมจนใส่รองเท้าคู่เดิมไม่ได้ การรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมเพื่อตรวจหาสาเหตุตั้งแต่เนิ่น ๆ คือการตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อปกป้องอวัยวะสำคัญให้อยู่คู่ร่างกายเราไปได้อย่างยาวนานและปลอดภัยครับ
💬 ชวนลูกเพจคุย
อ่านมาถึงตรงนี้ แฟนเพจลองก้มดูข้อเท้าของตัวเอง หรือลองเอานิ้วกดหน้าแข้งของคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านดูนะครับ... มีใครที่ช่วงเย็น ๆ ถอดถุงเท้าออกมาแล้วมีรอยรัดชัดเจน หรือกดแล้วเนื้อบุ๋มลงไปแบบไม่เด้งคืนตัวทันทีบ้างไหมครับ?
แล้วสำหรับแฟนเพจที่ต้องทำงานแบบ "ยืนนาน ๆ" หรือ "นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน" หรือแม้แต่สตรีมีครรภ์ มีเทคนิคส่วนตัวในการยืดเส้นยืดสาย หรือลดอาการเมื่อยล้าขาบวมกันอย่างไรบ้างครับ? (เช่น นอนเอาขาพาดกำแพงให้สูงกว่าระดับหัวใจ แช่น้ำอุ่น หรือใส่ถุงเท้าซัพพอร์ต) ลองคอมเมนต์มาแบ่งปันประสบการณ์ เล่าวิธีดูแลสุขภาพ หรือสอบถามข้อสงสัยให้หมอและเพื่อน ๆ ในเพจได้อ่านเป็นความรู้กันหน่อยนะครับ หมอรออ่านและพร้อมให้คำแนะนำด้วยความห่วงใยครับ!
ด้วยความปรารถนาดี
หมอธี มีเรื่องเล่า
หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์
เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ:
- Kearon, C., Akl, E. A., Comerota, A. J., Prandoni, P., Bounameaux, H., Goldhaber, S. Z., ... & Guyatt, G. H. (2012). Antithrombotic therapy for VTE disease: Antithrombotic Therapy and Prevention of Thrombosis, 9th ed: American College of Chest Physicians Evidence-Based Clinical Practice Guidelines. Chest, 141(2 Suppl), e419S-e496S.
- Levin, A., Stevens, P. E., Bilous, R. W., Coresh, J., De Francisco, A. L., De Jong, P. E., ... & Radhakrishnan, J. (2013). Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO) CKD Work Group. KDIGO 2012 clinical practice guideline for the evaluation and management of chronic kidney disease. Kidney International Supplements, 3(1), 1-150.
- Ponikowski, P., Voors, A. A., Anker, S. D., Bueno, H., Cleland, J. G., Coats, A. J., ... & ESC Scientific Document Group. (2016). 2016 ESC Guidelines for the diagnosis and treatment of acute and chronic heart failure. European Heart Journal, 37(27), 2129-2200.
- Runyon, B. A. (2013). Management of adult patients with ascites due to cirrhosis: an update. Hepatology, 57(1), 1651-1653.



Comments