top of page

พลังของการเคี้ยว...ฟันดี สุขภาพกายดีตาม

หมอธี มีเรื่องเล่า
Jun 13
1 min read


สวัสดีครับลูกเพจที่รักทุกท่าน กลับมาพบกับเรื่องราวสุขภาพดี ๆ กับ "หมอธี มีเรื่องเล่า" กันอีกครั้งนะครับ วันนี้หมออยากมาชวนคุยเรื่องใกล้ตัวที่พวกเราทำกันอยู่ทุกวัน วันละหลาย ๆ ครั้ง แต่หลายคนอาจจะเผลอมองข้ามความสำคัญไป นั่นก็คือเรื่องของ "การเคี้ยวอาหาร" ครับ


เวลาที่เราพูดถึงการดูแลสุขภาพ รูปร่าง หรือโภชนาการ เรามักจะไปโฟกัสกันที่ว่า "กินอะไรดี" หรือ "กินปริมาณเท่าไหร่" แต่ในทางการแพทย์และเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) "วิธีการกิน" โดยเฉพาะ "การเคี้ยว" ก็มีความสำคัญไม่แพ้กันเลยครับ สุขภาพช่องปากและฟันที่แข็งแรง ไม่ได้มอบแค่รอยยิ้มที่สวยงาม แต่ยังเป็นประตูด่านแรกที่ส่งผลต่อสุขภาพกายของเราในหลากหลายมิติอย่างไม่น่าเชื่อ ลองมาดูกันครับว่า พลังของการเคี้ยวส่งผลต่อร่างกายของเราอย่างไรบ้าง


1. จุดเริ่มต้นของระบบย่อยอาหารที่สมบูรณ์

การย่อยอาหารไม่ได้เริ่มต้นที่กระเพาะอาหารนะครับ แต่เริ่มต้นตั้งแต่ในช่องปากของเราเลย การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดเป็นการบดอาหารให้มีขนาดเล็กลง ช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวให้อาหารได้สัมผัสกับเอนไซม์อะไมเลส (Amylase) ในน้ำลายได้อย่างทั่วถึง เมื่ออาหารคลุกเคล้ากับน้ำลายได้ดี กระเพาะอาหารและลำไส้ก็จะทำงานเบาลง ช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย และที่สำคัญคือทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ไปใช้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้อย่างมีประสิทธิภาพ [1]


2. ตัวช่วยควบคุมน้ำหนักที่หลายคนลืมคิดถึง

การเคี้ยวอาหารช้า ๆ และเคี้ยวให้ละเอียด มีความสัมพันธ์โดยตรงกับฮอร์โมนความอิ่มครับ เมื่อเราเคี้ยวและใช้เวลากับมื้ออาหารนานขึ้น ร่างกายจะมีเวลาส่งสัญญาณไปที่สมองเพื่อหลั่งฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวและความอิ่ม (เช่น GLP-1 และ PYY) ซึ่งกระบวนการนี้มักใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที การเคี้ยวช้า ๆ จึงช่วยให้เรารู้สึกอิ่มพอดีและหยุดกินได้ทันก่อนที่จะรับพลังงานส่วนเกินเข้าสู่ร่างกาย จึงเป็นกลไกธรรมชาติที่ช่วยควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี [2]


3. กระตุ้นการไหลเวียนเลือด กระตุ้นสมอง

ข้อนี้หลายคนอาจจะยังไม่ทราบครับว่า การเคลื่อนไหวของกรามและกล้ามเนื้อบดเคี้ยว จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง โดยเฉพาะบริเวณฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และความจำ มีงานวิจัยทางทันตแพทยศาสตร์และประสาทวิทยาจำนวนมากที่ชี้ให้เห็นว่า ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพฟันที่ดีและสามารถเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ จะมีความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม (Dementia) หรือโรคอัลไซเมอร์ต่ำกว่าผู้ที่สูญเสียฟันและมีปัญหาในการบดเคี้ยว [3]


บทสรุปจากหมอธี

สุขภาพองค์รวมที่ดี ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากพื้นฐานการใช้ชีวิตประจำวันของเราครับ "การเคี้ยว" คือฟันเฟืองชิ้นเล็ก ๆ แต่มีความสำคัญมหาศาลต่อทั้งระบบทางเดินอาหาร ระบบประสาท และระบบเผาผลาญ ดังนั้น การดูแลรักษาสุขภาพช่องปาก แปรงฟันให้สะอาด ใช้ไหมขัดฟัน และพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็กสภาพฟันเป็นประจำ จึงเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพกายที่คุ้มค่าที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะเมื่อเรามี "ฟันที่ดี" เราก็จะสามารถ "เคี้ยวได้ดี" และผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ "สุขภาพกายที่ดี" ในระยะยาวนั่นเองครับ


ชวนลูกเพจคุย:

อ่านจบแล้ว ลองสำรวจตัวเองกันหน่อยครับว่า ปกติลูกเพจของหมอธีเคี้ยวข้าวกันประมาณกี่คำก่อนกลืนครับ? หรือใครมีเคล็ดลับการฝึกตัวเองให้เคี้ยวอาหารได้ช้าลงและละเอียดขึ้น ลองคอมเมนต์มาแบ่งปันประสบการณ์กันได้เลยนะครับ หมอรออ่านอยู่ครับ!


ด้วยความปรารถนาดี

หมอธี มีเรื่องเล่า


หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์


เอกสารอ้างอิง

- พรเพ็ญ สิริสัตยะวงศ์. (2562). สรีรวิทยาระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Physiology). คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

- Miquel-Kergoat, S., Azais-Braesco, V., Burton-Freeman, B., & Hetherington, M. M. (2015). Effects of chewing on appetite, food intake and gut hormones: A systematic review and meta-analysis. Physiology & Behavior, 151, 88-96.

- Weijenberg, R. A., Scherder, E. J., & Lobbezoo, F. (2011). Mastication for the mind-the relationship between mastication and cognition in ageing and dementia. Neuroscience & Biobehavioral Reviews, 35(3), 483-497.


#หมอธีมีเรื่องเล่า #พลังของการเคี้ยว #สุขภาพช่องปาก #เคี้ยวอาหารให้ละเอียด #สุขภาพดีเริ่มต้นที่การกิน #LifestyleMedicine #ดูแลฟันป้องกันสมองเสื่อม #เวชศาสตร์วิถีชีวิต

Comments


bottom of page