top of page

สร้างตัวตนใหม่ที่แข็งแรง... ทำความเข้าใจกลไกสมอง “เปลี่ยนกิจวัตร: จากวงเหล้า เป็นวงวิ่ง”

  • หมอธี มีเรื่องเล่า
  • Apr 9
  • 2 min read

สวัสดีครับแฟนเพจทุกท่าน กลับมาพบกับ “หมอธี มีเรื่องเล่า” กันอีกครั้งนะครับ พอถึงช่วงเย็นวันศุกร์หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ หมอเชื่อว่าภาพจำของคนวัยทำงานจำนวนไม่น้อย คือการรวมตัวสังสรรค์ใน “วงเหล้า” เพื่อพูดคุยและปลดปล่อยความเครียดจากการทำงานมาทั้งสัปดาห์


หลายท่านที่มาตรวจสุขภาพมักจะปรึกษาหมอว่า “คุณหมอครับ ค่าตับเริ่มสูง อยากจะลดการดื่มสังสรรค์แล้ว แต่พอเลิกก็รู้สึกเหงา ไม่มีสังคม ไม่รู้จะเอาเวลาช่วงเย็นไปทำอะไร สุดท้ายก็กลับไปนั่งในวงเหล้าเหมือนเดิมครับ”


ในทางการแพทย์และจิตวิทยาพฤติกรรม การพยายามหักดิบโดยปล่อยให้ตัวเองมีเวลาว่าง มักจะเป็นเรื่องยากครับ เพราะสมองและร่างกายของเราเคยชินกับกิจวัตรเดิม วันนี้หมอจึงมีเครื่องมือทางพฤติกรรมศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพมาเล่าให้ฟัง นั่นคือการย้ายตัวเอง “จากวงเหล้า ไปสู่วงวิ่ง” ครับ เรามาถอดรหัสกลไกของร่างกายกันครับว่า การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมทางสังคมนี้ จะเข้าไปปรับโครงสร้างสมองและร่างกายของเราได้อย่างไรบ้าง


1. ปรับสวิตช์ “ระบบรางวัลในสมอง” (Rewiring the Reward System)

เหตุผลหลักที่คนเราติดการสังสรรค์ด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์จะไปกระตุ้นให้สมองหลั่งสาร “โดพามีน” (Dopamine) ซึ่งเป็นสารแห่งความพึงพอใจครับ แต่การได้รับความสุขด้วยวิธีนี้ ร่างกายจะต้องแลกมาด้วยความเสื่อมของเซลล์ตับและระบบประสาทในระยะยาว

การออกไปวิ่ง เป็นการสร้างกลไกรางวัลให้สมองโดยใช้เส้นทางที่มีความปลอดภัยครับ เมื่อเราวิ่งหรือออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะหลั่งสารกลุ่มเอนโดแคนนาบินอยด์ (Endocannabinoids) และเอนดอร์ฟิน (Endorphins) ออกมา ซึ่งสารเหล่านี้สามารถเข้าไปจับกับตัวรับในระบบประสาทและมอบความรู้สึกผ่อนคลาย (Runner’s High) ทดแทนความมึนเมาได้ การเปลี่ยนกิจวัตรมาวิ่ง จึงเป็นการสอนให้สมองเรียนรู้ที่จะรับรางวัลจากการขยับกล้ามเนื้อ แทนการพึ่งพาสารเคมีจากภายนอกครับ (Lynch et al., 2013)


2. เปลี่ยนผ่านตัวตนผ่าน “สังคมสุขภาพ” (Social Identity Transition)

ความกังวลที่จะสูญเสียเพื่อนหรือสังคม เป็นอุปสรรคสำคัญของการลดละเลิกแอลกอฮอล์ครับ ทฤษฎีทางจิตวิทยาที่ชื่อว่า Social Identity Model of Recovery อธิบายว่า การเอาชนะพฤติกรรมเดิมอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยการเปลี่ยน “อัตลักษณ์ทางสังคม” ของตนเอง

เมื่อคุณย้ายตัวเองจากร้านอาหาร มาสวมรองเท้าผ้าใบไปสวนสาธารณะ หรือเข้าร่วมชมรมวิ่ง (Running Club) คุณจะได้พบกับสังคมใหม่ที่มีเป้าหมายเชิงบวกเหมือนกัน การได้พูดคุยเรื่องเส้นทางการวิ่ง หรือการชวนกันไปลงงานวิ่ง จะสร้างความรู้สึกผูกพันและเห็นคุณค่าในตัวเอง (Self-esteem) ขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะช่วยเติมเต็มความเหงา และเป็นแรงสนับสนุนทางสังคม (Social Support) ที่แข็งแกร่งในการปฏิเสธการดื่มในครั้งต่อไปครับ (Best et al., 2016)


3. ฟื้นฟูการทำงานของตับและระบบเผาผลาญ (Metabolic & Liver Recovery)

ตับเป็นอวัยวะที่ต้องรับภาระหนักอย่างต่อเนื่องเมื่อเราดื่มแอลกอฮอล์ การลดการดื่มแล้วหันมาออกกำลังกาย จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะไขมันพอกตับ (Fatty Liver) ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

งานวิจัยทางการแพทย์พบว่า การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มความไวของอินซูลิน (Insulin Sensitivity) ลดการสะสมของไขมันในช่องท้อง และช่วยให้เซลล์ตับมีโอกาสได้ซ่อมแซมตัวเอง การเปลี่ยนกิจวัตรในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการให้โอกาสอวัยวะภายในได้พักผ่อนและปรับสมดุลระบบเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างเหมาะสมครับ (Kwak et al., 2014)


ข้อควรระวังทางการแพทย์: สำหรับท่านที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเป็นประจำต่อเนื่องกันมานาน การหยุดดื่มแบบกะทันหัน (หักดิบ) ด้วยตนเอง อาจทำให้เกิด "ภาวะถอนพิษสุราขั้นรุนแรง" (Delirium Tremens) ซึ่งมีอาการมือสั่นอย่างรุนแรง ชัก สับสน หูแว่ว และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โปรดเข้าพบแพทย์เฉพาะทางหรือจิตแพทย์ในสถานพยาบาล เพื่อรับการประเมินและใช้ยาลดอาการถอนสุราตามมาตรฐานวิชาชีพเวชกรรม ก่อนที่จะเริ่มต้นโปรแกรมการออกกำลังกายครับ


🩺 บทสรุปจากหมอธี

การเปลี่ยนจาก "วงเหล้า" มาเป็น "วงวิ่ง" ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสถานที่ใช้เวลาว่างครับ แต่มันคือการสร้างวงจรชีวิตใหม่ที่มีคุณภาพ การวิ่งช่วยสร้างฮอร์โมนความสุขตามธรรมชาติ ช่วยให้ตับได้มีเวลาฟื้นฟูตัวเอง และยังมอบกัลยาณมิตรกลุ่มใหม่ที่พร้อมจะสนับสนุนให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรง การก้าวออกจากพื้นที่คุ้นเคยอาจจะยากในช่วงแรก แต่เมื่อคุณได้ลองรับลมเย็น ๆ และรอยยิ้มจากเพื่อนนักวิ่งในสวนสาธารณะ คุณจะพบกับความสุขที่ยั่งยืนครับ


💬 ชวนลูกเพจคุย

อ่านมาถึงตรงนี้ แฟนเพจของหมอมีท่านใดที่เคยมีประสบการณ์ "ลด ละ เลิก" ปาร์ตี้สังสรรค์ แล้วหันมาเข้าวงการออกกำลังกายหรือวงการวิ่งอย่างเต็มตัวบ้างไหมครับ? ช่วงแรกที่ต้องปฏิเสธคำชวนของเพื่อน ๆ ในวงเหล้า รู้สึกอึดอัดใจไหม แล้วมีวิธีปฏิเสธอย่างไรให้เพื่อนเข้าใจครับ?


แล้วหลังจากย้ายมาเข้า "วงวิ่ง" สุขภาพกายและสุขภาพจิตเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหนบ้าง ได้เจอเพื่อนใหม่ ๆ ที่น่ารักไหมครับ? ลองคอมเมนต์มาแบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จ หรือส่งต่อพลังใจให้เพื่อน ๆ ในเพจที่กำลังตั้งใจจะลดการดื่มเพื่อดูแลสุขภาพตัวเองกันได้เลยนะครับ หมอรออ่านและพร้อมปรบมือให้กับทุกความพยายามครับ!


ด้วยความปรารถนาดี

หมอธี มีเรื่องเล่า


หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์


เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ:

- Best, D., Beckwith, M., Hasewe, C., Sheridan, J., & Lubman, D. I. (2016). Overcoming alcohol and other drug addiction as a process of social identity transition: the social identity model of recovery (SIMOR). Addiction Research & Theory, 24(2), 111-123.

- Kwak, M. S., Kim, D., Chung, G. E., Kim, W., Choi, S. Y., & Hwang, S. G. (2014). Role of physical activity in nonalcoholic fatty liver disease in terms of visceral obesity and insulin resistance. Liver International, 35(3), 944-952.

- Lynch, W. J., Peterson, A. B., & Sanchez, V. (2013). Exercise as a novel treatment for drug addiction: a neurobiological and stage-dependent hypothesis. Neuroscience & Biobehavioral Reviews, 37(8), 1622-1644.


#หมอธีมีเรื่องเล่า #เปลี่ยนกิจวัตร #จากวงเหล้าเป็นวงวิ่ง #เลิกเหล้า #ลดการดื่มแอลกอฮอล์ #เวชศาสตร์วิถีชีวิต #สังคมนักวิ่ง #พฤติกรรมบำบัด #ฮอร์โมนความสุข #ดูแลสุขภาพองค์รวม

Comments


bottom of page