top of page

ไขมันทรานส์ ศัตรูตัวร้ายของหลอดเลือดหัวใจ

  • หมอธี มีเรื่องเล่า
  • Apr 24
  • 1 min read

สวัสดีครับแฟนเพจ "หมอธี มีเรื่องเล่า" ทุกท่าน หมอธีกลับมาแล้วครับ หลังจากบทความที่แล้วเราได้พูดคุยกันไปว่า "ไข่" ไม่ใช่ผู้ร้ายตัวจริงที่ทำให้คอเลสเตอรอลในเลือดสูง วันนี้หมอเลยอยากจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ "ผู้ร้ายตัวจริง" ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างแนบเนียนในอาหารจานโปรดของเรา และเป็นศัตรูตัวฉกาจของหลอดเลือดหัวใจ สิ่งนั้นก็คือ "ไขมันทรานส์" (Trans Fat) นั่นเองครับ


ไขมันทรานส์ คืออะไร มาจากไหน?

ในทางวิชาการ ไขมันทรานส์แบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก ๆ ครับ ชนิดแรกคือไขมันทรานส์ที่เกิดตามธรรมชาติ พบได้ในเนื้อสัตว์และนมของสัตว์เคี้ยวเอื้อง (เช่น วัว ควาย) ในปริมาณเพียงเล็กน้อย ซึ่งไม่ได้ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ [1]


แต่ชนิดที่สองนี่สิครับคือตัวปัญหา นั่นคือ "ไขมันทรานส์ที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้น" (Artificial Trans Fat) กระบวนการนี้ทำโดยการเติมไฮโดรเจนลงไปในน้ำมันพืช (Partially Hydrogenated Oils: PHOs) เพื่อให้น้ำมันเปลี่ยนสถานะจากของเหลวกลายเป็นของกึ่งแข็งกึ่งเหลว ข้อดีในเชิงอุตสาหกรรมคือทำให้อาหารเก็บได้นานขึ้น ไม่เหม็นหืนง่าย ทนความร้อนสูง และช่วยให้อาหารมีรสสัมผัสที่กรอบอร่อย [2] จึงมักถูกนำไปใช้ใน เนยเทียม (Margarine) เนยขาว (Shortening) ครีมเทียม ขนมเบเกอรี่ และอาหารทอดซ้ำครับ


ทำไมไขมันทรานส์ถึงเป็น "ศัตรูตัวร้าย" ของหัวใจ?

ไขมันทรานส์สังเคราะห์มีฤทธิ์ทำลายสุขภาพหลอดเลือดแบบ "ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว" แต่เป็นในทางที่แย่ลงนะครับ เพราะมันจะเข้าไป "เพิ่ม" ระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดตะกรันสะสมในผนังหลอดเลือด และในขณะเดียวกันก็ไป "ลด" ระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ที่ทำหน้าที่คอยเก็บกวาดไขมันออกจากหลอดเลือดด้วย [2]


องค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณการว่า การบริโภคไขมันทรานส์เป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจสูงถึงปีละ 500,000 คนทั่วโลก [1] นอกจากนี้ งานวิจัยหลายชิ้นยังยืนยันตรงกันว่า การบริโภคพลังงานจากไขมันทรานส์เพิ่มขึ้นเพียง 2% ต่อวัน จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้มากถึง 23% เลยทีเดียวครับ [3]


ข่าวดีสำหรับคนไทย

โชคดีมากครับที่ประเทศไทยของเราตระหนักถึงอันตรายข้อนี้ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ. 2561 กำหนดให้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (PHOs) ซึ่งเป็นแหล่งหลักของไขมันทรานส์ เป็นอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายในประเทศโดยเด็ดขาด [4] ทำให้ปัจจุบันอาหารที่ผลิตในประเทศไทยมีความปลอดภัยจากไขมันทรานส์สังเคราะห์มากขึ้นอย่างมากครับ


บทสรุปจากหมอธี

ตามหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอครับ แม้ว่ากฎหมายไทยจะแบนไขมันทรานส์สังเคราะห์ไปแล้ว แต่เราก็ยังต้องระมัดระวังในการเลือกรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารนำเข้าบางชนิด หรือขนมกรุบกรอบที่อาจยังมีส่วนผสมแฝงอยู่ วิธีที่ง่ายที่สุดคือ "การอ่านฉลากโภชนาการ" ครับ มองหาคำว่า "Trans fat 0g" และหลีกเลี่ยงส่วนประกอบที่เขียนว่า "Partially Hydrogenated Oil" หมอแนะนำให้หันมาเน้นการบริโภคไขมันดีจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะกอก อะโวคาโด ถั่วต่างๆ และปลาทะเล แทนการทานเบเกอรี่หรืออาหารทอดซ้ำๆ จะช่วยปกป้องหลอดเลือดหัวใจของเราให้แข็งแรงไปได้อีกนานเลยครับ


แล้วลูกเพจของหมอธีล่ะครับ มีใครที่ชอบทานเบเกอรี่หรือของทอดเป็นประจำบ้างไหม? พอทราบข้อมูลแบบนี้แล้ว มีแผนจะปรับเปลี่ยนเมนูของว่างเป็นอะไรดีครับ? ลองคอมเมนต์แชร์ไอเดียของว่างดีๆ หรือพูดคุยกันได้ที่ใต้โพสต์นี้เลยนะครับ หมอรออ่านอยู่ครับ!


ด้วยความปรารถนาดี

หมอธี มีเรื่องเล่า


หมายเหตุ: เนื้อหานี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากต้องการคำแนะนำหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์


เอกสารอ้างอิง:

[1] World Health Organization. (2023). Trans fat. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/trans-fat

[2] Mozaffarian, D., Katan, M. B., Ascherio, A., Stampfer, M. J., & Willett, W. C. (2006). Trans fatty acids and cardiovascular disease. New England Journal of Medicine, 354(15), 1601-1613.

[4] ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ ๓๘๘ พ.ศ. ๒๕๖๑ เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย. (2561, 13 กรกฎาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 135 ตอนพิเศษ 166 ง. หน้า 5.


#หมอธีมีเรื่องเล่า #ไขมันทรานส์ #โรคหัวใจ #คอเลสเตอรอล #สุขภาพดี #เวชศาสตร์วิถีชีวิต #ความรู้ทางการแพทย์ #ดูแลหัวใจ #โภชนาการ #ลดไขมัน

Comments


bottom of page